เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นางจำรัส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี ชาวบ้านเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เข้าพบ ร.ต.อ.ชาติสยาม แจ่มรัตนโสภิณ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังถูก น.ส.วิมลลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นลูกสะใภ้เป็นภรรยาของ นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ลูกชายของนางจำรัส ที่รับราชการอยู่หน่วยงานหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ลักทรัพย์ซึ่งเป็นตู้ไม้ 2 หลัง โดยการใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม
เหตุเกิดที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งย่าน ถ.บรมอาสน์ เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ร้านเสริมสวยแห่งนี้เป็นบ้านของนางจำรัสเองแต่ให้ลูกสะใภ้ใช้เพื่อเปิดร้านเสริมสวยและรายได้ แต่ต่อมาลูกสะใภ้ไม่ได้เปิดร้านแล้ว แต่จะให้ลูกน้องมาเช่าอยู่ นางจำรัสจะขอคืนเพื่อให้เช่า ร้านปิดอยู่ยังไม่มีการให้เช่า นางจำรัสจึงไปขนโต๊ะออกมาเก็บไว้ใช้งาน ลูกสะใภ้ทราบจึงมาแจ้งความดำเนินคดี
พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สะเทือนใจอย่างมาก เมื่อได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น คนที่เป็นลูกแท้ๆ กับสะใภ้จะกล้าทำกับผู้เป็นแม่ได้ลงคอ แม้จะพยายามเรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาเพื่อทำการไกล่เกลี่ยให้ถอนแจ้งความ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะลูกชายเองก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับแม่ให้ได้ อย่างไรก็ตามจะใช้ความพยายามอีกครั้ง เพื่อให้ลูกชายช่วยกล่อมภรรยาของตัวเองให้ยอมถอนแจ้งความ เพื่อไม่ให้เป็นเวรกรรมและสังคมตำหนิเอา

