ใต้เผาอีก-อบต.สาคอบน นับ 10 ควงปืนบุกจับ รปภ.มัด จนท.คาดกลุ่มเดิม-เร่งไล่ล่า ธุรกิจแนะรบ.ปรับแผนรับมือ
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางเพลิงภายในองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน หมู่ 2 อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.30 น. พร้อมก่อเหตุเผายางรถยนต์บนถนนสายยะลา-ปัตตานีอีก 2 จุด ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้เส้นทาง
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ อบต.สาคอบน พบว่า ช่วงเช้าวันนี้ (29 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวด พร้อมปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจลอบวางวัตถุระเบิดไว้เพิ่มเติม
จากการตรวจสอบภายในอาคาร พบว่าบริเวณชั้น 2 ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งฝ้าเพดาน ผนัง และพื้นที่ภายในอาคารเต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน กระจกแตก โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ เอกสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินของทางราชการถูกไฟไหม้เสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) และเจ้าหน้าที่ประจำรถขยะ รวม 5 คน อยู่ภายในพื้นที่หลังเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน ต่อมามีกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน ปิดบังใบหน้าและมีอาวุธปืนสงคราม เดินเข้ามาทางด้านหลัง อบต.สาคอบน ก่อนแบ่งกำลังออกเป็น 4 กลุ่ม
กลุ่มแรกทำหน้าที่คุมเชิงบริเวณด้านหน้าอาคาร กลุ่มที่สองเข้าควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ รปภ. และเจ้าหน้าที่รถขยะ ก่อนจับมัดมือ
กลุ่มที่สามนำกองฟางซึ่งใช้สำหรับตกแต่งบริเวณข้าง อบต. มาวางไว้บริเวณล้อหน้ารถขยะ ก่อนจุดไฟเผา ส่งผลให้รถขยะได้รับความเสียหายเล็กน้อย
ส่วนกลุ่มที่สี่บุกเข้าไปภายในอาคาร อบต. ก่อนใช้น้ำมันราดไปทั่วบริเวณ แล้วจุดไฟเผาทันที ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง จากนั้นคนร้ายทั้งหมดหลบหนีออกไปทางเดิม
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ อบต. และชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันนำอุปกรณ์เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิง ก่อนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงเจ้าหน้าที่ รปภ. และเจ้าหน้าที่รถขยะที่อยู่ในอาการตกใจ
ด้านหน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายสร้างความปั่นป่วนและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่พอทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุบางรายแล้ว แต่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลติดตามตัว จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ด้านนายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวถึงข้อเสนอของภาคธุรกิจต่อสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อคณะรัฐมนตรีในช่วงที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่ที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายนนี้ว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน มองว่ารัฐบาลควรจะปรับเปลี่ยนวิธีการในการแก้ปัญหาแม้จะยังคงยึดแนวทางเข้าใจเข้าถึงพัฒนาแต่รูปแบบอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะหน่วยงานที่แก้ปัญหาควรจะมีเจ้าภาพที่มีอำนาจสั่งการในภาพรวมได้ เพราะเชื่อว่าการแก้ปัญหาแบบบูรณาการไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนั้นยังควรที่จะแก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ท่อน้ำเลี้ยงหรือแม้แต่การใช้งบประมาณให้มีความคุ้มค่าโดยไร้ผลประโยชน์แอบแฝงซึ่งจะทำให้การใช้ประมาณงบประมาณนั้นเป็นไปอย่างคุ้มค่าและได้ประสิทธิผล



