หน้าแรก ภูมิภาค ทนายแฉนายก อบ...

ทนายแฉนายก อบต.นครพนม เรียก 6 แสนแลกบรรจุ เหยื่อยื่นฟ้องฉ้อโกงแล้ว

31.08.26 | 06:00 น.

ทนายแฉนายก อบต.นครพนม เรียก 6 แสนแลกบรรจุ เหยื่อยื่นฟ้องฉ้อโกงแล้ว พิจิตร ถอน 17 พนักงานเทศบาล

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม กรณี นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย หรือ ทนายจอห์น โพสต์ข้อความแฉนายก อบต. จ.นครพนม เรียกรับเงินจำนวน 600,000 บาท แลกกับการให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ โดยมีการเปิดภาพธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ปึกละ 100,000 บาท 6 ปึกใหญ่ ที่ผู้เสียหายจ่ายให้นายก อบต.


ล่าสุด นายขจรศักดิ์เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง หลังลูกความของตน ชาว จ.สกลนคร ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเพิ่งเรียนจบ โดยปีที่ผ่านมา ลูกความมอบหมายให้ตนยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดสว่างแดนดิน เพื่อดำเนินคดีกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ในข้อหาฉ้อโกง หลังเรียกรับเงิน 600,000 บาท ก่อนมีการสอบท้องถิ่นและบรรจุเป็นข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้

ลูกความเล่าให้ฟังว่า ได้จ่ายเงิน 600,000 บาท ให้นายก อบต. ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยนัดจ่ายเงินตามภาพที่ปรากฏที่บ้านผู้เสียหาย ซึ่งก่อนจะจ่ายเงินก้อนนี้ ผู้เสียหายได้ไปพูดคุยกันที่บ้านนายก อบต. คนนี้ ที่ จ.นครพนม เป็นมั่นเหมาะ ไม่เช่นนั้นลูกความคงไม่กล้าจ่าย 600,000 บาท เพราะนายก อบต. รับปากว่าได้บรรจุแน่นอน ถ้าไม่ได้จะคืนเงินให้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จ่ายเงินไป 600,000 บาท ลูกความตนกลับไม่มีชื่อได้รับบรรจุ นายก อบต. จึงบอกว่าจะคืนเงินให้ ขอให้เสร็จงานนั้นงานนี้ก่อน แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงิน

“มีคนเล่าให้ฟังว่า นายก อบต. คนนี้อาจหลอกเหยื่อไปเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าคนที่จ่ายแล้วสอบได้เป็นกี่คน และไม่ได้เป็นกี่คน เท่าที่ไปสอบถามมา คาดว่าน่าจะมีเหยื่อกว่า 20 รายที่ถูกหลอก” นายขจรศักดิ์กล่าว

Advertisement

นายกิตติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ส่งรายชื่อมาให้ท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการพนักงานเทศบาล (ก.ท.) จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนมีมติส่งชื่อให้เทศบาลต้นสังกัดเพิกถอนพนักงานเทศบาล 17 ราย ซึ่งมีหลายเทศบาล แต่ละแห่งไม่เท่ากัน บางเทศบาลมี 2-3 คนต้องเพิกถอน หลังไม่มีชื่อในประกาศบัญชีใหม่ ส่วนจะเรียกเงินเดือนคืนหรือไม่ ส่วนกลางกำลังศึกษาและจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่ จ.นครราชสีมา นายอดิศร เนาวนนท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า จากกระแสข่าวการจ่ายเงินรอบ 2 เพื่อให้รายชื่อหลุดจากกลุ่มทุจริตโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ตนมองว่าน่าจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีหลักฐานคะแนนเป็นประจักษ์ชัดเจน และผ่านการตรวจสอบจากหลายฝ่ายแล้ว เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวเพื่อซ้ำเติมสถานการณ์มากกว่า ไม่มีใครกล้าทำจริง เพราะหลักฐานมัดแน่น โดยอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสสวมรอยหลอกเอาเงินจากผู้อยากพ้นผิด โดยอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นให้หลุดจากคดีนี้ได้ เพราะกลุ่มทุจริตโกงสอบและผู้เกี่ยวข้องรู้สึกตื่นตระหนกและกลัวถูกลงโทษ กลุ่มมิจฉาชีพจึงฉวยโอกาสจากความกลัวเข้ามาหลอกลวง โดยเสนอทางออกลม ๆ แล้ง ๆ อ้างว่าวิ่งเต้นให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ระบบฐานข้อมูลและหลักฐานคะแนนไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ เพราะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งตัวคะแนนและกระดาษคำตอบ

“ในทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบข้อสอบยุคใหม่ การแก้ไขกระดาษคำตอบหรือฐานข้อมูลคะแนนหลังประกาศผลแล้ว จะทำได้ยากมาก เนื่องจากมีการเก็บบันทึกข้อมูลหลายฝ่าย มีหน่วยงานกลางเข้ามาตรวจสอบซ้ำ ทำให้โอกาสจะหลุดรอดด้วยการใช้เงินใต้โต๊ะในขั้นตอนท้าย ๆ แทบจะเป็นศูนย์ ดังนั้น คนที่ทุจริตโกงสอบแล้วยังพยายามหาวิ่งเต้นต่อให้รอดอีก สะท้อนวิธีคิดและวิกฤตทางจริยธรรมของผู้กระทำผิดที่มักมองหาทางลัดโดยไม่คำนึงถึงบรรทัดฐานทางกฎหมายและศีลธรรม” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มที่จ่ายเงินโกงสอบไปแล้ว แต่ตั้งใจทำข้อสอบด้วยความสามารถของตนจนสอบได้จริง ๆ ต้องถือว่าไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองจนต้องเสียรู้ เสียเงินไปฟรี ๆ นอกจากกลุ่มเกือบ 6,000 รายที่ตรวจพบกระทำทุจริต ตนไม่เชื่อว่าจะมีคนที่จ่ายเงินแล้วรอดพ้นอีก เพราะกลไกและหลักฐานคะแนนเป็นสิ่งยืนยันที่ตรวจสอบซ้ำและแก้ไขยากมาก เว้นแต่จะไปแก้ไขกระดาษคำตอบจนต้องมีการตรวจสอบซ้ำอีกกับ มศว แต่จะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาอีก คิดว่าไม่น่าจะมีใครทำ