สุดสลด แพทย์ขับเก๋งฝ่าไฟแดง พุ่งชน 3 นักศึกษาปีหนึ่ง แม่ฟ้าหลวง ดับ 2 เจ็บ 1
มื่อวันที่ 30 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อรถเก๋งซึ่งมีผู้ขับขี่เป็นอาจารย์แพทย์ เสียหลักพุ่งชนกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ที่กำลังจอดจักรยานยนต์รอสัญญาณไฟจราจร เป็นเหตุให้นักศึกษาเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย บริเวณจุดเกิดเหตุบริเวณสามแยกนางแล ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย อยู่บนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาขึ้น มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่จัน
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ นายวุฒิชัย แจ้งเพชร อายุ 31 ปี และ น.ส.เบญจมาศ สุทธาภาศ อายุ 40 ปี สองสามีภรรยาผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นผู้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในคืนเกิดเหตุ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.15 – 20.20 น. ของวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่พวกตนกำลังขับรถกลับจากทานอาหาร ได้พบจุดเกิดเหตุหลังเกิดชนเพียงไม่เกิน 5 นาที โดยนักศึกษาผู้ประสบเหตุได้จอดรถจักรยานยนต์ติดสัญญาณไฟจราจรอยู่บริเวณขอบทาง จากนั้นมีรถเก๋งคู่กรณีปาดออกซ้ายด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนกลุ่มนักศึกษาเข้าอย่างจัง แรงชนส่งผลให้ร่างของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกระเด็นไกลกว่า 10 เมตร

เมื่อเข้าตรวจสอบสภาพผู้บาดเจ็บในจุดเกิดเหตุ นักศึกษารายแรก นอนเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ ไม่มีชีพจร นักศึกษารายที่สอง (ผู้บาดเจ็บ) นอนหมดสติชั่วครู่ ก่อนที่ชาวบ้านและพยานจะช่วยกันเรียกจนได้สติ สภาพมีแผลฉกรรจ์ที่ขา และนักศึกษารายที่สาม (เสียชีวิตในเวลาต่อมา) กระเด็นไปอัดติดกับต้นไม้ข้างทางในสภาพมืดสนิท มีร่มบังร่างไว้ กระทั่งมีเสียงโทรศัพท์มือถือที่เด้งขึ้นมาบนพื้น ซึ่งเป็นสายจากพี่ชายที่โทรเข้ามาหาพอดี หากไม่มีเสียงโทรศัพท์สายนั้นก็คงไม่มีใครเห็นร่างของน้อง เนื่องจากจุดเกิดเหตุค่อนข้างมืด
น.ส.เบญจมาศ เพิ่มเติมว่า นักศึกษาทั้งหมดเป็นเด็กต่างถิ่น เพิ่งเดินทางมาศึกษาต่อชั้นปีที่ 1 ได้เพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิต ญาติได้ประสานนำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดปัตตานีเรียบร้อยแล้ว

นายวุฒิชัย เล่าว่า ในช่วงเกิดเหตุ ผู้ขับขี่รถเก๋งมีอาการตกใจ เอาแต่พูดคำว่า “ตนเองประมาทเอง” และง่วนอยู่กับการคุยโทรศัพท์ ไม่ได้เข้ามาช่วยดูผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ นายวุฒิชัย ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกระแสข่าวที่ว่าคู่กรณีได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทำนองว่า “ตนเองยังเหลืออนาคตอีกไกล” โดยนายวุฒิชัย กล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า:”อย่ามาใช้คำพูดว่าตัวเองมีอนาคตอีกไกล เด็กที่เสียชีวิตเขาก็มีอนาคต และอนาคตของเด็กยังไกลกว่าเขาเยอะ เด็กๆ เดินทางมาจากต่างจังหวัด ต่างบ้านต่างเมือง พ่อแม่ส่งมาเรียนเพื่อทำตามความฝัน แต่ตอนนี้เด็กๆ ไม่มีโอกาสได้ทำตามความฝันแล้ว จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้สูญเสีย”
พยานในพื้นที่ระบุเพิ่มเติมว่า บริเวณแยกดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ไฟส่องสว่างริมทางเสียมาเป็นเวลานาน อีกทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณเสาในจุดดังกล่าวซึ่งมีถึง 6 ตัว กลับใช้งานไม่ได้ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไข อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุสำคัญที่สุดยังคงมาจากความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ พยานทั้งคู่ได้เล่าอีกว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นรถหมอคู่กรณีขับไล่เบียดแซงกับรถอีกคันมาตั้งแต่แยก ม.ราชภัฎฯ และมาถึงที่เกิดเหตุรถที่ขับเบียดกันมาหลุดไฟเขียวออกไปก่อน รถของหมอจึงพยายามขับออกซ้ายเพื่อฝ่าไฟแดง คาดว่าคงจะไปตามคันที่ขับหนี โดยหลังขับรถชนนักศึกษาแล้วก็ยังมีรถที่ถูกขับปาดหน้าระหว่างทางยังจอดรถลงมาด่าเขาอยู่

ด้าน พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ประสบเหตุทั้งหมด 3 ราย ไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเป็นชาวจังหวัดน่าน ปัตตานี และชลบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย (ชาว จ.น่าน และ จ.ปัตตานี) และบาดเจ็บอีก 1 ราย (ชาว จ.ชลบุรี) ทั้งนี้ จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ยืนยันว่าผู้ขับขี่ไม่พบแอลกอฮอล์ ส่วนตัวมี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นช่วงที่แสงไฟสลัวสีส้ม และลักษณะการขับขี่ของรถคันดังกล่าวไม่มีร่องรอยการชะลอความเร็ว จึงคาดว่าผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็นคู่กรณีในขณะเกิดเหตุ
สำหรับขั้นตอนทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา หมอผู้รักษา รวมถึงสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตไว้ในฐานะพยานประกอบสำนวนเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คดียังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญอีก 2 ส่วน จึงยังไม่สามารถสรุปสำนวนฟ้องได้ โดยต้องรอรายงานการเข้าตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชนจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ซึ่งนัดเข้าตรวจในวันที่ 1 และคาดว่าจะทราบผลภายใน 4-5 วัน รวมถึงรอรายงานผลการชันสูตรบาดแผลและศพจากแพทย์อีก 2 ราย เพื่อนำมารวมในสำนวนคดีตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ผกก.สภ.บ้านดู่ ยังได้ฝากเตือนและแสดงความห่วงใยหลังพบว่าเริ่มมีบุคคลอ้างตัวเป็นทนายความพยายามเข้ามาขอข้อมูลคดีและเบอร์โทรศัพท์ของญาติผู้ประสบเหตุจากร้อยเวร ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ข้อมูลไปเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่เข้ามาเกาะกระแสเพื่อแสวงหาประโยชน์ ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามและประสานงานเพื่อให้ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิและได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายอย่างที่สุด
ขณะที่เฟซบุ๊กชื่อ “ลูกช้าง มช.” ได้เผยแพร่โพสต์ขอความเป็นธรรม ระบุว่า “ช่วยกันแชร์ข่าวนี้หน่อยค่ะทุกคน เพื่อนเราโดนรถชนโดยคนขับเป็นอาจารย์แพทย์ค่ะ ตอนนี้เพื่อนเสียไปแล้ว 2 คน อีกคนปลอดภัยแล้วแต่ว่าไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ค่ะตอนนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยแพทย์คนนี้ได้พูดกับตำรวจว่า “อนาคตผมยังอีกไกล” แล้วยังพูดกับแม่ผู้เสียว่า “จะให้ผมรับผิดชอบอะไรยังไง มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด” แต่คุณขับฝ่าไฟแดงมาในขณะที่คนอื่นเค้าชะลอ และได้ให้เบอร์ติดต่อกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตไว้แต่ไม่มีการตอบกลับหรือรับผิดชอบอะไรเลยค่ะ ตอนนี้หลายๆสำนักข่าวเหมือนจะปิดข่าวรวมไปถึงทางคณะด้วยค่ะ”
หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีผู้เข้ามีแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ตัวผู้ก่อเหตุเป็นอย่างมาก แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าตัวคู่กรณีเป็นแพทย์จริง แต่ไม่ได้เป็นอาจารย์แพทย์อย่างที่หลายคนเข้าใจ ลักษณะเหมือนเป็นแพทย์พี่เลี้ยงที่คอยดูแลหมอจบใหม่มากกว่า ซึ่งในรายละเอียดดังกล่าวรวมถึงบทลงโทษต้องรอความชัดเจนจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่จนถึงตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวไดๆทั้งสิ้น หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะติดตามมานำเสนอต่อไป

