เจ้าของร้านฝากเงินยอดหายจ่อขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน จากกรณีที่นายวชิระ อริยะพงษ์กรณ์ อายุ 41 ปี พนักงานร้านจำหน่ายอาหารสัตว์นำหลักฐานเป็นสำเนาเอกสารการฝากเงินเข้าบัญชีของธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท  มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม จากเหตุการณ์ที่นายจ้างให้นำเงินสด จำนวน 80,000 บาทไปเข้าบัญชี ซึ่งตนก็นับเงินต่อหน้านายจ้างว่าครบถ้วน ก่อนนำไปยังเคาเตอร์ธนาคาร และเขียนเอกสารนำฝากจำนวน 80,000 บาทตามจำนวนเงิน แล้วส่งให้พนักงานทำการตรวจนับและออกสลิปรายการรับฝากให้ แต่ตรวจสอบภายหลังพบว่า พนักงานออกสลิปรายการรับฝากให้เพียงแค่ 40,000 บาท และภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดพบว่าพนักงานธนาคารมีการแยกเงินออกเป็น 2 ส่วนแล้วนำไปเข้าเครื่องนับเพียงส่วนเดียว แล้วเก็บอีกส่วนเข้าลิ้นชักโดยไม่มีการตรวจนับ จึงต้องไปร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาทและผู้สื่อข่าวนั้น

ล่าสุดนางสายสุนีย์ อู๋เพชร เจ้าของร้านขายอาหารสัตว์นายจ้างของนายวชิระเปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วยนายวชิระได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานธนาคารคนดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่วันที่16มิถุนายน2560 ในข้อหาลักทรัพย์ โดยไม่เกี่ยวกับธนาคาร โดยขอให้เป็นความผิดเฉพาะบุคคล โดยมีตนนางสายสุนีย์เป็นเจ้าทุกข์คนที่ 1 และนายวชิระเป็นเจ้าทุกข์คนที่ 2 ซึ่งมาจนถึงวันนี้ก็ยังแปลกใจว่าทำไมพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี (ร.ต.อ.เฉลิมชัย ไขประพาย) ยังไม่มีการเรียกตัวพนักงานธนาคารคนดังกล่าวมาสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา และยังมีผู้ให้ข้อมูลว่าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี มีพื้นเพเป็นคนตำบลเดียวกัน (ต.นางลือ อ.เมืองชัยนาท) กับพนักงงานธนาคารที่ถูกกล่าวหา ทำให้ตนเองในฐานะผู้เสียหายรู้สึกไม่สบายใจ และไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว จึงเตรียมยื่นขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในคดี ตามคำแนะนำของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท โดยเร็วที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แม่ทัพภาคที่ 4 ถกหน่วยงานความมั่นคง หามาตรการดูแลวัด สำนักสงฆ์ และพระสงฆ์ เพื่อความปลอดภัย
บทความถัดไปกรุงศรีเดินสายโปรโมท SME รายย่อยใช้ “พร้อมเพย์”