ไฟไหม้ป่าพรุ เสียหายกว่า 300 ไร่ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งดับ แต่แรงลมยังพัดโหมไฟลามต่อเนื่อง
รายงานว่าเกิดไฟไหม้ป่าพรุ ต.ควนโส อ.ควนเนียง จ.สงขลา เกิดเหตุไฟไหม้ป่าต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 1 กันยายน ไฟป่าได้ปะทุลุกลามไหม้อีกครั้ง โดยเฉพาะหลังโรงเรียนปากจ่าวิทยา ม. 6 ต.ควนโส ซึ่งพื้นที่เป็นป่าเสม็ดขาว และสวนปาล์มน้ำมัน เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงจากท้องถิ่น 3 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำดับไฟให้อยู่ในวงจำกัด
นางรุ่งตะวัน อายุ 49 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ไฟป่าขณะนี้เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ เริ่มมีอาการไอ เจ็บคอหายใจไม่สะดวก ซึ่งไฟป่าเริ่มไหม้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ทำให้สวนปาล์มน้ำมันชาวบ้าน ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และวันนี้ ไฟป่าก็ยังลุกลามต่อเนื่อง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่เบื้องต้นคาดว่า เกิดจากกระแสลมพัดไปพัดมาไฟ ทำให้ไฟป่าปะทุขึ้นมาตามแรงลม

ด้าน นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เผยว่า ไฟป่าจุดนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา สามารถควบคุมเอาไว้ได้ และวันนี้ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากมีลมพัดแรง โดยพื้นที่ที่ไฟไหม้วันนี้เป็นป่าพรุ มีต้นเสม็ดขาวจำนวนมาก ทำให้ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน พร้อมรถดับเพลิงเข้าดับไฟ แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก
เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นป่าพรุ มีเชื้อเพลิง ซากใบไม้จำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ก็ควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้ ทั้งนี้สาเหตุไฟป่าเกิดขึ้นได้ จากการหมักหมมของซากไม้และสัตว์จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงอยู่ใต้ดินจนมีความร้อน เมื่ออากาศแห้งไฟก็ปะทุขึ้นมา และสาเหตุที่ 2 คาดว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ เข้าไปหาของป่าและพกพาอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดไฟได้ จนไฟป่าลุกลาม เบื้องต้นคาดทำให้พื้นป่าพรุ เสียหาย 250 – 300 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 6,000 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านช่วยกันเฝ้าระวังด้วย และ แจกหน้ากากอนามัยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ


