ลุยสอบป่าห้วยไคร้ หลังพบชาวบ้านรุกป่าปลูกต้นยูคา พบหมุด 3 หน่วยงานทับซ้อน
เมื่อวันที่ 2 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ป่าไม้ปราจีนบุรี ฝ่ายประสานและส่งเสริมงานป่าไม้ เร่งนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนเลขที่ ทส.1633.2/4524 จากชาวบ้าน ให้เข้าตรวจสอบการรุกถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยไคร้ ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล ใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังพบหลักหมุดและป้ายแสดงสิทธิของหน่วยงานรัฐทับซ้อนกันถึง 3 หน่วยงาน
จากการตรวจสอบเอกสารร้องเรียนของ นายธนพล ลอยล่อง (ฉบับลงวันที่ 17 และ 21 สิงหาคม 2569) ระบุพิกัดพื้นที่เป้าหมาย 2 จุดหลัก ได้แก่ หมู่ที่ 10 บ้านห้วยกระบอก ต.วังตะเคียน และหมู่ที่ 2 บ้านเขาปูน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี โดยชาวบ้านพบการรุกพื้นที่ต่อเนื่องนานกว่า 2–3 ปี มีการปักหมุด ส.ป.ก., ป้ายนิคมสหกรณ์สระแก้ว และป้ายสวนป่า ซึ่งมีการนำเครื่องจักรกลหนักเข้าดันไม้ธรรมชาติออกเพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัสเชิงเดี่ยว

นายอดิศร วงษ์พันธ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญงาน รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ปราจีนบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำภาพถ่ายทางอากาศมาทำการตรวจสอบพิกัดอย่างละเอียด หากพบการปักหลักป้ายเขตตามที่ร้องเรียนจริง จะทำการเชิญหน่วยงานที่ถูกอ้างอิงทั้งหมดเข้าร่วมชี้แจงสิทธิตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ นายธนพล ลอยล่อง ผู้ร้องเรียน ได้เรียกร้องไปยัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเร่งคืนผืนป่าให้ชาวบ้านร่วมกันดูแลและใช้ประโยชน์ตามวิถีชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป ภูมิหลังป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยไคร้
• จุดเริ่มต้น: ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติภายใต้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง อันเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำบางปะกง
• การขยายตัวของชุมชน (พ.ศ. 2510–2530): เกิดการเข้าถือครองพื้นที่ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และปศุสัตว์ ส่งผลให้พื้นที่ป่าธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว
• ปัญหาแนวเขตทับซ้อน (พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา): หน่วยงานรัฐทั้ง ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ เข้ามากำหนดแนวเขตจัดสรรที่ดินทำกิน จนเกิดการทับซ้อนกับแนวเขตป่าสงวนฯ ของกรมป่าไม้ เนื่องจากในอดีตขาดการบูรณาการแผนที่เอกภาพ (One Map)
• การปรับเปลี่ยนเป็นพืชเศรษฐกิจ: ไม้ป่าธรรมชาติเดิมถูกตัดฟันและแทนที่ด้วยการส่งเสริมปลูกไม้ยูคาลิปตัสป้อนอุตสาหกรรม จนกระทั่งชาวบ้านในพื้นที่สูญเสียที่ดินป่าสาธารณะ และนำไปสู่การร้องเรียนพิสูจน์สิทธิ์ในปัจจุบัน




