หน้าแรก ภูมิภาค จนท.เข้าตรวจส...

จนท.เข้าตรวจสุสานยิว พบในพื้นที่มี 4 ศพ เตรียมผลักดันออก พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย

4.09.26 | 20:39 น.

ผงะยิวซ่อน 4 ศพ หลังจนท.กว่า 40 ชีวิต เข้าตรวจสอบในสุสานแปดริ้ว เผยอำพรางหลุมไว้ใต้เต็นท์ 3 ศพ อีก 1 ร่างยังไม่ทันเทปูนทับ ขณะ อบต.เล็งเตรียมขยับแจ้งความเอาผิด

 


เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่บริเวณด้านหน้าสุสานฝังศพชาวยิว ในพื้นที่หมู่บ้านหนองโสน ม.2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีตัวแทนจากทางฝ่ายบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นชายชาวต่างชาติวัยกลางคนที่สามารถเจรจาพูดภาษาไทยได้ เดินทางมาไขกุญแจเปิดประตูรั้วสุสาน เพื่อให้ทางคณะเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำโดยปลัดอำเภอบางคล้า อบต.เสม็ดใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จนท.ตำรวจ สภ.บางคล้า ฝ่ายสืบสวน และกำนันผู้ใหญ่บ้านรวมถึงตัวแทนชาวบ้านจำนวนกว่า 40-50 คน เข้าไปตรวจสอบยังบริเวณภายในรั้วกำแพง หลังแผ่นคอนกรีตสูงกว่า 3 เมตรที่ปิดล้อมไว้โดยรอบ และห้ามไม่ให้สื่อมวลชนติดตามเข้าไปถ่ายภาพยังบริเวณภายใน

ก่อนที่ทาง จนท.นิติกร อบต.เสม็ดใต้ จะได้นำหนังสือเป็นคำแถลงการณ์แบบเป็นลายลักษณ์อักษร จากทางบริษัทที่ส่งผ่านมาทางอีเมลของ อบต. ออกมาอ่านที่บริเวณด้านหน้าประตูก่อนที่จะเปิดทางให้คณะ จนท.เข้าไปยังภายใน โดยอ้างว่าเป็นข้อกำหนดทางศาสนาในการห้ามถ่ายภาพ พร้อมขู่ดำเนินคดีทางกฎหมายหากพบว่ามีภาพถ่ายจากภายในหลุดรอดออกไปเผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชน

โดยทางคณะ จนท.ได้เดินขบวนเป็นแถวเข้าไปยังภายใน จากนั้นประมาณกว่า 20 นาที จึงเริ่มเดินทยอยออกมา พร้อมกับระบุว่ามีศพฝังอยู่ภายในจริงจำนวน 4 ศพ ที่ข้างรั้วริมกำแพง 1 ศพและภายในเต็นท์หลังคาสีน้ำเงิน 3 ศพ ซึ่งหลายคนยังบอกว่าศพเพิ่งถูกนำมาฝังใหม่แบบหมาดๆ บางคนบอกยังได้กลิ่นสารเคมีที่ใช้รักษาสภาพศพจากภายในด้วย

Advertisement

ขณะที่ น.ส.น้ำผึ้ง คำสะอาด อายุ 39 ปี กำนัน ต.เสม็ดใต้ ซึ่งได้เข้าไปร่วมพิสูจน์ยังภายในสุสานด้วยเปิดเผยว่า จากการที่ได้เข้าไปเห็นด้วยตาตนเองนั้นพบว่า มีหลุมฝังศพที่มีการโบกเทปูนทับแล้ว 3 ศพ ยังไม่โบกเทปูนทับปากหลุม 1 ศพ แต่มีการเรียงหินที่ด้านบนหลุมฝังศพเพื่อเตรียมเทปูนไว้แล้ว ซึ่งจะต้องกลับไปไล่เลียงว่าในขณะนี้เขาทำผิดแล้วอย่างแน่นอน เพราะว่ามีการฝังใหม่จำนวน 3 ศพหลังจากที่ใบอนุญาตไม่ได้รับการต่ออายุเมื่อครบ 3 ปี คาดว่าทางอำเภอจะได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

โดยในขณะที่คณะ เจ้าหน้าที่เข้าไปยังภายใน เขายังถามอีกว่าเหตุใดเขาจึงต่อใบอนุญาตไม่ได้ เขาทำผิดอะไร จึงได้ตอบกลับไปว่าเรื่องอยู่ที่ศาลแล้วให้ไปติดตามที่ศาล และเขาไม่ได้บอกเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่ยินยอมให้ทั้งสื่อและเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพ ทั้งยังเร่งให้ทางคณะออกมาหลังจากที่เข้าไปได้ไม่นาน รวมถึงยังถามกลับมาอีกด้วยว่า “คุณไม่กลัวกันเหรอ ผมยังกลัวเลย”

น.ส.น้ำผึ้ง กล่าวว่า สำหรับภายในมีหลุมฝังศพที่บริเวณข้างรั้วริมกำแพง 1 หลุม ภายในเต็นท์หลังคาสีน้ำเงินหลังแรก 3 หลุม ส่วนเต็นท์อีกหลังได้มีการโรยปูนขาวเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่เห็นหลุมศพ ส่วนหลุมที่ฝังศพไปแล้วนั้นยังมีแผ่นป้ายชื่อแบบชั่วคราวเสียบอยู่ มีข้อความระบุการเสียชีวิตเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ในเดือน พ.ย.2025 โดยศพที่เทปูนบนปากหลุมไปแล้วนั้นยังอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยมทั้ง 2 หลุม ถือเป็นความสอดคล้องกันกับที่เราได้พบเห็นว่ามีการเข้าออกในพื้นที่ และยังมีการตั้งเต็นท์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปลายปีที่แล้วด้วย เพื่อปิดบังว่ามีอะไรอยู่ข้างใน นี่แค่เพียง 3-4 ศพ ยังบอกว่ากลัวแล้ว ถ้าหากมีการนำเข้ามาฝังกันเรื่อยๆ แล้วชาวบ้านคนแถวนี้เขาจะไม่กลัวกันหรือ จากที่เขาเอ่ยถามในขณะที่เรากำลังเข้าไปใกล้กับหลุมฝังศพว่าไม่กลัวหรือ จึงทำให้ความน่ากลัวนี้ไม่ควรเข้ามาอยู่ในชุมชน และถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย

น.ส.น้ำผึ้ง กล่าวว่า โดยชายคนที่นำพาเข้าไปดูในพื้นที่วันนี้ ไม่ได้แสดงตัวตนว่าเขาเป็นใครเกี่ยวข้องอย่างไร หรือเป็นส่วนไหนของบริษัท เพียงแต่เป็นผู้ที่ถือกุญแจมาเปิดประตูให้ ซึ่งทางกำนันและผู้นำชุมชนในพื้นที่ไม่เคยพบเห็นหน้ามาก่อน แต่ไม่ทราบว่าเขามาเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือไม่ จากที่เราคาดว่าเขาขนศพเข้ามาในช่วงเวลากลางคืน เพราะในช่วงเวลากลางวันจะมีคนเห็น แต่ก็มีบางครั้งที่จะมีรถขนคนงาน ที่อ้างว่าเข้ามาทำงานอยู่ภายในนั้น ไม่ทราบว่ามีการแอบแฝงขนศพมาในรถคนงานด้วยหรือไม่

ด้าน นายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ ได้ตั้งโต๊ะในห้องประชุมสภา อบต.แถลงตอบข้อซักถามจากสื่อ หลังจากที่ได้ลงไปพิสูจน์ทราบและหาความจริงยังภายในสุสานแล้วว่า ได้พบศพจำนวน 4 ศพจริง น่าจะอยู่ในช่วงที่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ 1 ศพ ส่วนอีก 3 ศพนั้นน่าจะนำเข้ามาฝังหลังจากที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว จึงถือว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ให้อนุญาตไว้ในช่วงนั้น ในส่วนของทาง อบต.เอง จะดำเนินการแจ้งความในเรื่องของ พ.ร.บ.สาธารณสุข และส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของใบอนุญาตที่หมดอายุแล้ว จึงถือว่าไม่มีการอนุญาต

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ทาง อบต.ก็ต้องการผลักดันให้เขานำเอาร่างที่นำมาฝังออกไปในทุกวิถีทาง เพราะเป็นเรื่องที่ถูกดำเนินการมาจากภายนอกพื้นที่นำเข้ามา จึงจะประสานงานดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่เท่าที่จะทำได้โดยอยากจะให้เอาออกไปทั้งหมด 4 ศพเลย และขอให้ผู้ประกอบการดำเนินการในสิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่ยอมรับได้ ทั้งวิถีชาวบ้านวิถีการเกษตรเป็นสังคมสันติสุขและมีความสุข ส่วนการเฝ้าระวังในขณะนี้ได้มีการนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้แล้วในพื้นที่ และมีมาตรการให้ผู้นำช่วยกันดูแลเฝ้าระวังกันทุกฝ่าย นับตั้งแต่ต้นทางเข้ามา

oplus_0

ด้าน นางนวลพันธ์  อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า หากหน่วยงานใดที่มีส่วนรับผิดชอบและตอบกลับคำถามจากชาวบ้านได้ อยากขอเชิญให้ช่วยเข้ามาตอบยังในที่เกิดเหตุ ชาวบ้านจะได้รับข้อมูลไปในแนวทางเดียวกัน จะได้สื่อสารกระจายกันออกไปอย่างถูกต้อง หลังจากชาวบ้านได้ยื่นหนังสือไปถึงยังทางผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปี 2566 รวมถึงนายอำเภอและศูนย์ดำรงธรรมให้เข้ามาตรวจสอบ ว่าเขาเข้ามาดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่มีการตอบกลับมาจากทางศูนย์ดำรงธรรมแต่เพียงแห่งเดียว ส่วนอื่นๆ นั้นเงียบหายทั้งหมด นางนวลพันธ์ กล่าว

oplus_0
oplus_0