หน้าแรก ภูมิภาค ดร.ปราบ ชูนโย...

ดร.ปราบ ชูนโยบาย MATRIX แก้ขยะนนทบุรี ตั้ง ศูนย์รีไซเคิลจังหวัด เดินหน้าเลิกฝังกลบ

5.09.26 | 13:17 น.

ดร.ปราบ ชูนโยบาย MATRIX แก้ขยะนนทบุรี ตั้ง ศูนย์รีไซเคิลจังหวัด เดินหน้าเลิกฝังกลบ

 


ดร.ปราบ ธามม์ พักตร์บวร ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี หมายเลข 6 ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจรีไซเคิลและเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมรีไซเคิลขยะและรับซื้อของเก่า เปิดนโยบายจัดการขยะภายใต้กรอบ MATRIX นนทบุรี ชูเป้าหมาย “เลิกฝังกลบขยะใหม่” พร้อมเสนอจัดตั้ง ศูนย์รีไซเคิลและนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ในนนทบุรี เพื่อทำหน้าที่เชื่อมขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าสู่ระบบคัดแยก รีไซเคิล เพิ่มมูลค่า จัดการขยะอินทรีย์ และ RDF ก่อนเหลือเฉพาะส่วนที่จำเป็นต้องกำจัดจริง ย้ำ “ก่อนเผา–ก่อนฝัง ต้องแยกของมีค่า” ดึงรีไซเคิลออกก่อน RDF ลดขยะที่ต้องกำจัดปลายทาง

แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนโจทย์จาก “จะกำจัดขยะได้มากขึ้นอย่างไร” ไปเป็น “จะทำให้มีขยะเหลือให้กำจัดน้อยลงอย่างไร” “ก่อนเผา ก่อนฝัง ต้องแยกของมีค่าออกมาก่อน”

ดร.ปราบระบุว่า ขยะที่เดินทางมาถึงศูนย์กำจัดไม่ได้หมายความว่าวัสดุทุกชิ้นหมดคุณค่าแล้ว ภายในยังอาจมีพลาสติก กระดาษ แก้ว โลหะ วัสดุอินทรีย์ รวมถึงวัสดุจากขยะชิ้นใหญ่ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ หากมีระบบคัดแยกและจัดการอย่างเหมาะสม
ข้อมูลปี 2566 ระบุว่า นนทบุรีมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 2,065 ตันต่อวัน ขณะที่ข้อมูลของศูนย์กำจัดมูลฝอย อบจ.นนทบุรี ระบุว่าในปี 2568 มีขยะเข้าสู่ศูนย์เฉลี่ยประมาณ 1,687 ตันต่อวัน

Advertisement

ดร.ปราบมองว่า ตัวเลขเกือบ 1,700 ตันต่อวันที่เดินทางเข้าสู่ศูนย์กำจัดควรเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามใหม่

“ก่อนถามว่าเราจะกำจัดขยะวันละเกือบ 1,700 ตันอย่างไร ผมอยากถามก่อนว่า ในขยะเกือบ 1,700 ตันนั้น มีอะไรที่ไม่ควรถูกกำจัดตั้งแต่แรก”

ตั้ง “ศูนย์รีไซเคิลจังหวัด” ดึงทรัพยากรออกก่อนถึงการกำจัด

หัวใจของนโยบายคือการจัดตั้ง ศูนย์รีไซเคิลและนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ของจังหวัดนนทบุรี — Provincial Resource Recovery & Recycling Center โดย อบจ.ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมระบบของเทศบาลและ อบต.ทั้งจังหวัด
ขยะที่เข้าสู่ระบบจะไม่ถูกมองเป็นก้อนเดียว แต่ถูกแยกออกตามเส้นทางที่เหมาะสม ได้แก่ ใช้ซ้ำ รีไซเคิล ขยะอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าวัสดุ RDF/พลังงานกำจัดเฉพาะ Residual

ศูนย์ดังกล่าวไม่จำเป็นต้องหมายความว่า อบจ.ต้องสร้างโรงงานทุกประเภทเอง แต่เป็นโครงสร้างกลางสำหรับ รับ คัด รื้อ เตรียมวัสดุ และเชื่อมวัสดุไปยังตลาดหรือผู้ประกอบการรีไซเคิลที่เหมาะสม

วัสดุที่คัดออกมาอาจผ่านการลดขนาด บด ล้าง หรืออัดก้อนตามความเหมาะสม เพื่อให้มีคุณภาพพร้อมกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมมากกว่าการคัดออกจากกองขยะแล้วขายต่อในสภาพเดิม

ขยะ 1,687 ตัน ต้องรู้ก่อนว่าข้างในมีอะไร

ข้อมูลการศึกษาองค์ประกอบขยะระดับประเทศของกรมควบคุมมลพิษเคยพบวัสดุในกลุ่มพลาสติก กระดาษ แก้ว และโลหะในสัดส่วนรวมประมาณ 39.91% หากนำมาเทียบเชิงสมมติฐานกับขยะที่เข้าสู่ศูนย์ 1,687 ตันต่อวัน จะเทียบเท่าประมาณ 673 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าว ไม่ใช่ปริมาณที่ยืนยันว่ารีไซเคิลได้จริงในนนทบุรี จึงเป็นเหตุผลที่เสนอให้ทำ MATRIX Waste Audit เพื่อหาตัวเลขจริงก่อนกำหนดกำลังการผลิตและการลงทุน

ดร.ปราบจึงเสนอว่า ก่อนลงทุนระบบขนาดใหญ่ ต้อง วัดขยะของนนทบุรีจริงก่อน

100 วันแรก ทำ “MATRIX Waste Audit”

ในช่วง 100 วันแรก เสนอให้สำรวจองค์ประกอบและเส้นทางของขยะทั้งระบบ หรือ MATRIX Waste Audit
ต้องตอบให้ได้ว่า ในขยะที่เข้าสู่ศูนย์แต่ละวัน

รีไซเคิลได้จริงกี่ตัน ขยะอินทรีย์กี่ตัน วัสดุสำหรับ RDF กี่ตัน Residual ที่จำเป็นต้องกำจัดจริงกี่ตัน

ข้อมูลดังกล่าวจะใช้กำหนดขนาดและรูปแบบของ ศูนย์รีไซเคิลจังหวัด ให้สอดคล้องกับขยะที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ออกแบบโรงงานจากตัวเลขประมาณการเพียงอย่างเดียว

พร้อมเปิดข้อมูลผ่าน MATRIX Waste Flow Dashboard

รับเข้ากี่ตัน ใช้ซ้ำกี่ตัน รีไซเคิลกี่ตัน Organic Recovery กี่ตัน RDF/พลังงานกี่ตัน เหลือกำจัดจริงกี่ตัน ต้นทุนต่อหนึ่งตันเท่าใด

“เลิกฝังกลบ” ไม่ใช่เอาขยะทั้งหมดไปเผา

ดร.ปราบระบุว่า นโยบายเลิกพึ่งพาการฝังกลบไม่ได้หมายถึงการนำขยะทั้งหมดเข้าโรงเผาหรือระบบผลิตพลังงาน

ตรงกันข้าม หลักคิดคือ

“ก่อนเผา ก่อนฝัง ต้องแยกของมีค่าออกมาก่อน”

โลหะ กระดาษ แก้ว และพลาสติกที่สามารถกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมได้ควรถูกรีไซเคิลก่อน

เศษอาหารและขยะอินทรีย์ควรถูกแยกออกไปจัดการด้วยกระบวนการที่เหมาะสม

ส่วนวัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลเชิงวัสดุได้ แต่มีคุณสมบัติและค่าความร้อนเหมาะสม จึงเข้าสู่กระบวนการ RDF หรือผลิตพลังงาน

สุดท้ายจึงเหลือเฉพาะ Residual Waste ที่ไม่มีทางเลือกอื่นและจำเป็นต้องกำจัดอย่างปลอดภัย

ขยะชิ้นใหญ่ต้องเข้าสู่ “ศูนย์รีไซเคิลจังหวัด”

อีกหน้าที่ของศูนย์คือรองรับ ขยะชิ้นใหญ่ เช่น ที่นอน โซฟา ตู้ โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่าง ๆ

ปัจจุบันท้องถิ่นบางแห่งมีบริการเก็บขยะชิ้นใหญ่อยู่แล้ว แต่ปัญหาไม่ควรจบเพียงว่า “รถมาเก็บวันไหน”

คำถามต่อไปคือ

“เก็บแล้วไปไหน?”

ดร.ปราบเสนอให้ขยะประเภทนี้เข้าสู่ศูนย์กลางของจังหวัดเพื่อ รื้อและแยกวัสดุ

โซฟาหนึ่งตัวอาจมีเหล็ก ไม้ พลาสติก ผ้า และวัสดุหลายประเภท การแยกวัสดุออกก่อนทำให้ส่วนที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ไม่ต้องกลายเป็นขยะทั้งหมด

จึงเป็นระบบ Reuse – Recycle – Recovery ก่อนส่งส่วนที่เหลือไป RDF หรือการกำจัด

RDF ต้องอยู่หลัง Recycling

นนทบุรีมีระบบ RDF และมีการนำขยะเก่าจากพื้นที่ฝังกลบขึ้นมาแปรรูปใช้เป็นเชื้อเพลิงอยู่แล้ว รวมถึงมีโครงการระบบกำจัดขยะและผลิตไฟฟ้าขนาดมากกว่า 1,000 ตันต่อวัน
สิ่งที่เสนอจึงไม่ใช่การสร้างระบบ RDF ขึ้นมาใหม่ แต่คือการจัดลำดับ Material Flow ให้ชัดเจน

รีไซเคิลได้ เอาออกก่อน

ขยะอินทรีย์ จัดการแยก

รีไซเคิลไม่ได้แต่เป็นเชื้อเพลิงได้  RDF

เหลือจริง กำจัด

“เป้าหมายไม่ใช่เผาให้ได้มากที่สุด แต่ต้องทำให้สิ่งที่เดินทางไปถึงเตาเผาหรือหลุมฝังกลบเหลือน้อยที่สุด”

จาก Landfill สู่ Resource Recovery Center

ในระยะยาว ดร.ปราบเสนอให้เปลี่ยนบทบาทพื้นที่กำจัดขยะของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จากสถานที่รับขยะเพื่อกำจัด ไปเป็น “Resource Recovery Center”

ความสำเร็จของระบบจึงไม่ควรวัดเพียงว่า

“วันนี้กำจัดขยะได้กี่ตัน”

แต่ต้องวัดว่า

“จากขยะทั้งหมดที่รับเข้ามา วันนี้เราดึงทรัพยากรกลับมาได้กี่ตัน และเหลือสิ่งที่ต้องกำจัดจริงกี่ตัน”

พร้อมเปิดข้อมูล Material Flow ต้นทุนต่อหนึ่งตัน รายได้จากวัสดุ อัตราการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ และตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนตรวจสอบได้

“เลิกฝังกลบ” ต้องเป็นการเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่แค่ปิดหลุม

พื้นที่ฝังกลบเดิมยังจำเป็นต้องได้รับการจัดการเรื่องก๊าซ น้ำชะขยะ การฟื้นฟูพื้นที่ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน

แต่ขยะใหม่ที่เดินทางเข้าสู่หลุมฝังกลบต้องค่อย ๆ ลดลงด้วยการสร้างระบบคัดแยกและนำทรัพยากรกลับมาใช้ก่อน

เป้าหมายปลายทางจึงเป็นการลดขยะใหม่ที่เข้าสู่ landfill อย่างต่อเนื่อง จนระบบมีความพร้อมที่จะ ยุติการฝังกลบขยะใหม่

“ผมไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าจะหาที่ฝังขยะเพิ่มตรงไหน แต่เริ่มจากคำถามว่า ก่อนเผา ก่อนฝัง เราดึงของมีค่ากลับมาใช้ได้มากแค่ไหน และสุดท้ายจะทำให้เหลือขยะที่ต้องกำจัดจริงน้อยที่สุดได้อย่างไร”

แนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ MATRIX นนทบุรี โดยเชื่อม Management การบริหารทั้งระบบ, Technology การใช้ข้อมูล และ X-ray การเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ ภายใต้แนวทางการทำงาน “ไม่เลือกข้าง เลือกคนทำงาน”

ดร.ปราบระบุว่า MATRIX ด้านขยะจึงไม่ได้ตั้งต้นจากคำถามว่าจะสร้างกำลังการกำจัดเพิ่มเท่าใด แต่ตั้งต้นจากการลดสิ่งที่ต้องเดินทางไปถึงปลายทาง โดยสรุปหลักคิดว่า
“ก่อนเผา ก่อนฝัง ต้องแยกของมีค่าออกมาก่อน”