หน้าแรก ภูมิภาค คืบเหตุบุกเผา...

คืบเหตุบุกเผา อบต.บองอ ย้ายสนง.ใหม่ก่อนกำหนด รถถูกเผา 11 คัน กระทบเก็บขยะ 10 หมู่บ้าน

5.09.26 | 15:16 น.

ความคืบหน้าเหตุบุกเผา อบต.บองอ นราธิวาส ย้ายสำนักงานใหม่ก่อนกำหนด รถบริการประชาชนวอด 11 คัน กระทบเก็บขยะ 10 หมู่บ้าน วอนเร่งจัดหารถกู้ชีพ-รถขยะ-รถน้ำ ฟื้นบริการประชาชนกว่า 1.6 หมื่นคน


เมื่อวันที่ 5 กันยายน ความคืบหน้าเหตุคนร้ายประมาณ 30 คน บุกก่อเหตุเผาอาคารองค์การบริหารส่วนตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งอาคารสำนักงาน รถราชการ และทรัพย์สินจำนวนมาก โดยรถที่ใช้ในการให้บริการประชาชนถูกเผาเสียหายรวม 11 คัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งย้ายสถานที่ปฏิบัติงานมายังที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบองอแห่งใหม่ ทั้งที่อาคารยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเดิมวางแผนจะย้ายเข้ามาใช้งานในช่วงกลางปี 2570 ขณะที่ปัญหาการจัดเก็บขยะกลายเป็นภารกิจเร่งด่วน หลังเหลือรถขยะใช้งานเพียง 1 คัน ต้องวิ่งให้บริการทุกวัน รองรับประชาชนกว่า 16,000 คน ในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน

โดยเฉพาะยานพาหนะขององค์การบริหารส่วนตำบลบองอ ซึ่งถูกเพลิงไหม้และได้รับความเสียหายรวมจำนวน 11 คัน ประกอบด้วยรถที่มีความสำคัญต่อการให้บริการประชาชน อาทิ รถกู้ชีพ รถบรรทุกน้ำ รถเก็บขยะ และรถสำนักงาน รวมทั้งอาคารและทรัพย์สินของทางราชการจำนวนหนึ่ง

Advertisement

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบองอจำเป็นต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติงานมายังที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบองอแห่งใหม่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านยะหอ หมู่ที่ 10 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้การทำงานและการให้บริการประชาชนสามารถดำเนินต่อไปได้ แม้อาคารสำนักงานแห่งใหม่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์

นายนิมะสากี นิจิยี่งอ รองปลัด รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบองอ เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังเกิดเหตุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสำนักงานเดิมได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงมีความจำเป็นต้องย้ายเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานยังสำนักงานแห่งใหม่ก่อนกำหนด โดยเดิมองค์การบริหารส่วนตำบลบองอมีแผนที่จะย้ายเข้ามาใช้สำนักงานแห่งใหม่ในช่วงประมาณกลางปี 2570 แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทำให้ต้องเร่งย้ายเข้ามาปฏิบัติงานก่อนกำหนด เพื่อไม่ให้ภารกิจของหน่วยงานและการให้บริการประชาชนต้องหยุดชะงัก

อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถย้ายเจ้าหน้าที่และภารกิจบางส่วนมายังสถานที่แห่งใหม่ได้ แต่ปัญหาสำคัญที่ตามมาคือการสูญเสียรถราชการและยานพาหนะที่ใช้สำหรับให้บริการประชาชน ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้รวมทั้งสิ้น 11 คัน ขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบองออยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลความเสียหายและดำเนินการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อฟื้นฟูทรัพย์สินและจัดหายานพาหนะที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน โดยมีความต้องการงบประมาณเบื้องต้นประมาณ 28 ล้านบาท

นายนิมะสากี กล่าวว่า ยานพาหนะที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อพื้นที่ ได้แก่ รถกู้ชีพกู้ภัย รถเก็บขยะ และรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ เนื่องจากรถเหล่านี้เป็นยานพาหนะสำคัญที่ต้องใช้ในการดูแลและให้บริการประชาชนในตำบลบองออย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะรถกู้ชีพกู้ภัยถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายพื้นที่ในตำบลอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล การมีรถกู้ชีพประจำพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อการช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การเจ็บป่วยกะทันหัน หรือการนำผู้ป่วยส่งต่อเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ขณะที่รถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งหรือช่วงที่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งรถดังกล่าวต้องถูกนำไปใช้ในการแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในหลายพื้นที่

ส่วนปัญหาที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างเห็นได้ชัดในขณะนี้ คือการบริหารจัดการขยะภายในตำบลบองอ ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 10 หมู่บ้าน มีจำนวนประมาณ 3,400 ครัวเรือน และมีประชากรราว 16,000 คน

ก่อนเกิดเหตุองค์การบริหารส่วนตำบลบองอสามารถจัดเก็บขยะได้ประมาณวันละ 3-4 หมู่บ้าน แต่หลังจากรถขยะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ปัจจุบันเหลือรถเก็บขยะสำหรับใช้งานเพียง 1 คันเท่านั้น ทำให้การให้บริการต้องเผชิญกับข้อจำกัดอย่างมาก ซึ่งรถเก็บขยะที่ยังคงใช้งานอยู่ต้องออกปฏิบัติงานอย่างหนัก โดยต้องวิ่งเก็บขยะวันละ 2 เที่ยว และต้องออกให้บริการอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อพยายามรองรับปริมาณขยะจากทั้ง 10 หมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของจำนวนรถ ทำให้ปัจจุบันสามารถจัดเก็บขยะได้เพียงประมาณวันละ 1-2 หมู่บ้านเท่านั้น แตกต่างจากสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุที่สามารถให้บริการได้มากถึง 3-4 หมู่บ้านต่อวัน ส่งผลให้การบริหารจัดการขยะในพื้นที่กลายเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข นอกจากนี้ รถเก็บขยะที่ใช้งานอยู่เพียงคันเดียวยังมีสภาพค่อนข้างเก่า มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ทำให้เกิดความกังวลถึงประสิทธิภาพในการให้บริการในระยะยาว เนื่องจากต้องรับภาระการทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัว

นายนิมะสากี กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนรถและงบประมาณเพื่อฟื้นฟูการให้บริการประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพราะยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้ในภารกิจสาธารณะและเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน การจัดเก็บขยะ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจด้านต่าง ๆ ขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งล้วนเป็นบริการพื้นฐานที่ประชาชนในพื้นที่ต้องพึ่งพาในชีวิตประจำวัน

แม้เหตุการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลบองออย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยเร่งปรับสถานที่ทำงานชั่วคราวภายในสำนักงานแห่งใหม่ และจัดระบบการให้บริการประชาชนให้สามารถดำเนินต่อไปได้

ท่ามกลางความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ อบต.บองอ ยังคงต้องปรับตัวและเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่จากสำนักงานแห่งใหม่ก่อนกำหนด เพื่อให้ประชาชนกว่า 16,000 คน ในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน ยังคงได้รับบริการขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การจัดหางบประมาณเพื่อฟื้นฟูรถกู้ชีพ รถเก็บขยะ รถบรรทุกน้ำ และยานพาหนะที่จำเป็น จึงกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน เพื่อให้ตำบลบองอสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง