หน้าแรก ภูมิภาค กรมศิลป์ เร่ง...

กรมศิลป์ เร่งสำรวจภาพเขียนสีโบราณ ถ้ำผาเวียง หนองบัวลำภู พบขวานหิน-ลูกปัดสี เพิ่ม

6.09.26 | 09:49 น.

กรมศิลป์ เร่งสำรวจภาพเขียนสีโบราณ ถ้ำผาเวียง หนองบัวลำภู พบขวานหิน-ลูกปัดสี เพิ่ม

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการไปเดินสำรวจร่วมกันเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ 8  ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา จากนั้นผู้สื่อข่าวยังได้พบและสอบถาม กับ พระธนากร ติสารโน พระลูกวัดป่าผาเวียงที่ได้มาจำพรรษา อยู่ที่วัดแห่งนี้เมื่อปี 2561 ได้ออกธุดงค์สำรวจ ตามถ้ำต่าง ๆ บริเวณใกล้ ๆ กับแนวเขาของถ้ำผาเวียงของวัดดังกล่าวซึ่งพบว่า ในบริเวณของวัดภูเขาของถ้ำผาเวียง ยังมีถ้ำขนาดเล็กอีกหลายสิบถ้ำ มีชื่อเรียกบ้างไม่มีชื่อเรียกบ้าง เป็นถ้ำน้อย หน้าผาหินจำนวนมาก แต่ที่พอจำได้และมีขนาดใหญ่ หน่อยจะมี 7 ถ้ำ เช่น แต่ละถ้ำคนเก่าแก่เล่าให้ฟังว่า มีตำนานความเป็นมาแปลกแตกต่างกันไป เช่น ถ้ำซำบุ่น บริเวณหน้าถ้ำจะมีน้ำ เป็นที่แต่เดิมโบราณเล่าว่าจะเป็นถ้ำที่นายพรานไปขึ้นห้างดักยิงสัตว์บริเวณนี้ และมีตำนานเสือสมิง หรือที่คนเล่นเวทมนต์ คาถา ได้แปลงกายเป็นคนมาเรียกหาในตอนกลางคืนพอรุ่งเช้าขึ้นมาไม่พบร่องรอยอะไรเลย เป็นคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่


ส่วนอีกถ้ำ คือ ถ้ำธรรมาสน์ เป็นที่พักของพวกนายพรานที่ออกป่ามาล่าสัตว์เช่นกัน แต่ถ้ำนี้ครั้งหนึ่งไม่รู้ว่าเป็นสมัยไหน มีพระไปนั่งสมาธิที่ถ้ำแห่งนี้แล้วนิมิตเห็นธรรมาสน์ทองคำลอยมา จึงได้ให้ชื่อว่า เป็นถ้ำธรรมาสน์ ซึ่งถ้ำแห่งนี้ด้านในจะเข้าไปได้ลึกและกว้างพอสมควรอยู่ พระธนากร ติสารโน เคยไป บริเวณที่ถ้ำแห่งนี้หลายครั้งเหมือนกัน แต่ไม่ได้สังเกตว่าบริเวณหินด้านหน้าผาก่อนจะเข้าถ้ำมีลายภาพเขียนสีอยู่ตรงนั้น นอกจากนั้นจะเป็นพวกหน้าผา เช่น ผาอีด่าง จะเป็นสถานที่มีวิวสวยงามมาก ส่วนวัตถุโบราณหลายชิ้นพบจากบริเวณถ้ำทางวัดจะนำไปเก็บไว้ที่วัด ส่วนหนึ่งชาวบ้าน พรานป่ามาหาของป่าได้ก็จะเก็บไปด้วย

จากนั้น พระธนากร ติสารโน ได้นำพาผู้สื่อข่าวไปดู วัตถุโบราณที่ทางวัดได้เก็บมาจากภายในถ้ำ บริเวณแนวเขาของถ้ำผาเวียง มาไว้ภายในวัด เพราะวัตถุโบราณก่อนหน้านี้ ไม่เหลือไว้ให้แล้ว สูญหายไปกับผู้ที่อยากได้ไปครอบครอง ซึ่งพบว่า มีสิ่งของที่เป็นวัตถุโบราณหลายชิ้น มีลักษณะคล้ายบาตรพระมีลวดลาย ไห บาตรพระ ขวานหิน ขันทองเหลืองขนาดเล็ก น้ำเต้าขนาดเล็ก แจกัน ซึ่งมีสภาพชำรุดไปบ้างตามกาลเวลา รวมทั้งเศษของอิฐ และชิ้นส่วนของกระดูกซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นของมนุษย์หรือสัตว์กันแน่

Advertisement

ทางด้าน พระครูวิชัยพัฒนกิจ หรือ หลวงพ่อสมพร วิชโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาเวียง เล่าว่า ในสมัยก่อนภายในถ้ำหลายถ้ำ ได้มีการพบวัตถุโบราณ หลายถ้ำ โดยเฉพาะที่ถ้ำกลาง ถ้ำใหญ่ และถ้ำพระที่อยู่บริเวณด้านล่างภายในตัววัด และในถ้ำผาเวียง ซึ่งวัดมีคนมาอยู่หลายรุ่น หลวงพ่อสมพร วิชโย พึ่งมาอยู่เมื่อปี 2534 ส่วนหนึ่งคาดว่าจะมีคนนำไปขาย แต่ส่วนที่ทางวัดกลัวจะสูญหาย จึงได้เก็บบางส่วนมาไว้บ้าง ยังพอได้รวบรวมและเก็บรักษาสิ่งโบราณวัตถุที่พบเหล่านี้

ในบริเวณจากทั้งในถ้ำ บางอย่างในถ้ำก็น่าจะยังมีอยู่ เช่น พวกโครงกระดูกโบราณ ภาชนะที่เก็บซ่อนตามซอกหินในถ้ำ ก็จะใช้บันไดปีนขึ้นไปดู และที่ชาวบ้านพบจากการไถไร่มารวมไว้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีความเก่าแก่ขนาดไหน เช่น ภาชนะคล้ายบาตรพระมีลวดลายเป็นเส้น คนโทน้ำขนาดเล็ก ไหโบราณ ลูกปัด ขวานหิน ตัวถ่วงน้ำหนัก กระดูกสัตว์ ฟันไม่แน่ใจว่าจะเป็นฟันสัตว์หรือว่ามนุษย์โบราณแต่ก็มีขนาดใหญ่ รวมทั้งและเศษภาชนะดินเผา มารักษาไว้ภายในวัด เพื่อป้องกันการสูญหายและรักษาไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะไหโบราณ นั้น ทางด้าน พระครูวิชัยพัฒนกิจ เท่าที่ไปดูมาจะมีลักษณะเหมือนวัตถุโบราณของบ้านเชียงเลย คาดว่าน่าจะอยู่ในยุคใกล้เคียงกัน

       

ส่วน ขวานหินมีหลายขนาด ประมาณ 2-3 นิ้ว ถ้าเป็นขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าอาจใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันในการล่าสัตว์ และการเกษตร เช่น ตัดไม้หรือผ่าฟืน ส่วนขวานหินขัดขนาดเล็กที่มีการขัดแต่งอย่างประณีต หรือทำจากหินที่หาได้ยากและมีความสวยงาม อาจเกี่ยวข้องกับการแสดงสถานะทางสังคม การประกอบพิธีกรรม หรือการแลกเปลี่ยนในสังคมยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยในช่วงที่เข้าตรวจสอบภายในถ้ำนั้น ทางทีมงานของเจ้าหน้าที่จาก กรมศิลปากร เขต 8 ขอนแก่น ได้พยายามค้นหาชิ้นส่วนของวัตถุโบราณ แต่สภาพถ้ำมืด จึงไม่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญ กอรปกับจะต้องเร่งเดินทางกลับ จึงยังไม่ได้เห็นชิ้นส่วนวัตถุโบราณดังกล่าว และได้เดินทางออกจากพื้นที่ไปก่อนแล้ว ก่อนที่ ทางทีมของผู้สื่อข่าวและเพจกุดแห่บ้านเฮา จะมาพบกับชิ้นส่วนของวัตถุโบราณดังกล่าว ซึ่งจะได้มีการประสานงานเพื่อตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

      

การค้นพบครั้งนี้นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับวงการโบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะช่วยเปิดเผย อารยธรรมที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางผืนป่าแห่งผาเวียง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู และอาจเป็นกุญแจสำคัญในการศึกษาความเชื่อมโยงของผู้คนและวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่อีสานตอนบนต่อไป