หน้าแรก ภูมิภาค ตั้งกก.สอบ พ....

ตั้งกก.สอบ พ.ต.ท. ชนหนุ่ม 16 ตายแล้วหนี โดน 2 ข้อหา ขยายผลสวมทะเบียน-ดื่มแอลกอฮอล์

7.09.26 | 15:28 น.

ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดี ‘น้องข้าวปั้น’ วัย 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ พบผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. เข้ามอบตัวและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหา พนง.สอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว เผยเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุภายใน 3 วัน พร้อมตรวจสอบประเด็นทะเบียนรถและผลตรวจแอลกอฮอล์

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้นายพีรณัฐ หรือน้องข้าวปั้น อายุ 16 ปี เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนรถยนต์คันดังกล่าวจะขับหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ


ภายหลังตำรวจสืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็น นายตำรวจระดับสารวัตร ยศ พ.ต.ท. และได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พร้อมกล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งแสดงความประสงค์จะชดใช้และเยียวยาความเสียหาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่น มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และขับรถหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของศาลแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว ส่วนการดำเนินคดีหลังจากนี้จะต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุเพิ่มเติม รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ว่าผู้ต้องหามีการดื่มสุราก่อนเกิดเหตุหรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบกรณีป้ายทะเบียนรถยนต์คันเกิดเหตุ เนื่องจากผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า เพิ่งซื้อต่อรถยนต์คันดังกล่าวมา จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดการครอบครองและการโอนรถว่ามีการซื้อขายต่อกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงในคดีมีความชัดเจน ส่วนทางต้นสังกัดของผู้ต้องหา คือ บก.สส.ภ.6 มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจที่เป็นผู้ต้องหา

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.วัชรพงษ์กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุไม่ได้ปล่อยปละละเลย และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าตำรวจได้ดำเนินการอย่างเต็มที่มาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะการติดตามหาตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากพบประเด็นเกี่ยวกับทะเบียนรถที่ไม่ตรงกับตัวรถ

สำหรับไทม์ไลน์การสืบสวน หลังเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 02.47 น. วันที่ 2 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและไล่เก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กระทั่งวันที่ 3 กันยายน สามารถรวบรวมข้อมูลและทราบเส้นทางของรถคันเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ก่อนเร่งพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด

จากนั้นวันที่ 4 กันยายน ตำรวจมีความมั่นใจว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ก่อเหตุ โดยพบข้อมูลว่ากำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จึงมีการประสานติดตามตัว กระทั่งได้รับการแจ้งว่าจะเดินทางเข้ามอบตัวในวันที่ 7 กันยายน แต่ต่อมาผู้ต้องหาแจ้งว่าหากสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ก่อน ก็จะเดินทางเข้ามอบตัวทันที

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาขับรถหลบหนีหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วัชรพงษ์ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดอาการตกใจหลังเกิดเหตุจึงขับรถออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน ขณะที่ประเด็นว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์หรือไม่นั้น ยังต้องส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อให้มีผลตรวจเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงผลตรวจแอลกอฮอล์และรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริงและขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่การพบกันระหว่างผู้ต้องหาและครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลกแจ้งว่า ทราบจากญาติว่าเพิ่งเจอกันเมื่อวันมามอบตัว 6 กันยายน มีการพูดคุยเรื่องเยียวยาค่าเสียหายระหว่างทั้งสองฝ่าย