หน้าแรก ภูมิภาค ผอ.โรงเรียนใน...

ผอ.โรงเรียนในกำแพงเพชร เครียด เสียชีวิตในบ้าน หลังเพิ่งกลับจากที่ทำงาน

7.09.26 | 16:54 น.

ผอ.โรงเรียนดังกำแพงเพชรเสียชีวิตในบ้าน พ่อแม่ได้ยินเสียงปืน ก่อนพบร่างในห้องนอน


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 กันยายน  ร.ต.อ.วัชญานนท์ ศรกาดำ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลไทรงามว่า มีชายได้รับบาดเจ็บจากเหตุใช้อาวุธปืนภายในบ้านพัก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักใน อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร

เมื่อไปถึงพบญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีทั้งบิดา มารดา น้อง และภรรยา อยู่บริเวณหน้าบ้านด้วยความเศร้าโศก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในห้องนอน พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย อายุ 54 ปี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตมีบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณขมับด้านขวา ภายในห้องนอนพบปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก และอาวุธปืนพกสั้นวางอยู่ภายในห้อง รวมทั้งพบคราบเลือดบริเวณที่นอน เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

Advertisement

การสอบถามญาติและผู้ใกล้ชิด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปโรงเรียนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีภรรยาซึ่งทำงานอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันเดินทางไปด้วย ทั้งสองอยู่ที่โรงเรียนประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนมีการพูดคุยกัน จากนั้นผู้เสียชีวิตได้ขับรถกลับบ้านเพียงลำพัง โดยญาติสังเกตว่ามีอาการเคร่งเครียด

ต่อมา ขณะที่อยู่ภายในบ้าน บิดาและมารดาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบเข้าไปตรวจสอบภายในห้องนอน และพบลูกชายได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน จึงช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลไทรงามเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือ แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับ ผู้เสียชีวิต เป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ และที่ผ่านมาเคยได้รับ รางวัล “ครูชนคนคุณธรรม” ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา จากผลงานด้านการบริหารและการปฏิบัติงานในสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม ญาติและผู้ใกล้ชิดเปิดเผยว่า ในช่วงระยะหลังผู้เสียชีวิตมีอาการเครียดและซึมเศร้า โดยคนในครอบครัวพยายามดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ผู้เสียชีวิตเดินทางกลับจากโรงเรียนมายังบ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำญาติ รวมถึงบุคคลใกล้ชิด เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป