ประมงจังหวัด รับแล้ว หมอคางดำ โผล่เขื่อนลำปาวจริง หวั่นกระทบเศรษฐกิจกาฬสินธุ์ จ่อลุยตรวจเชิงลึก 12 ก.ย.นี้
จากกรณี พบปลาต้องสงสัยลักษณะคล้าย “ปลาหมอคางดำ” ใน เขื่อนลำปาว ที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ยังเป็นแหล่งหาปลาของประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ปลานิลในกระชัง อีกด้วย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังจากส่งตัวอย่างปลาต้องสงสัยในเขื่อนลำปาวไปตรวจสอบที่กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ล่าสุดได้รับแจ้งผลเบื้องต้นแล้วว่า เป็น “ปลาหมอคางดำ” จริง โดยพบลักษณะลำตัวเพรียวตรงตามลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ปัญหานี้ คาดว่าหนังสือยืนยันผลอย่างเป็นทางการจะออกมาภายในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์จับมือผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจะลงพื้นที่ด้วยตนเอง สะท้อนความจริงจังของภาครัฐในการรับมือวิกฤตครั้งนี้

สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ ไม่ใช่จังหวัดธรรมดา แต่คือ “ศูนย์กลางสัตว์น้ำเศรษฐกิจ” ของภาคอีสาน ด้วยตัวเลขที่น่าตกใจ เกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน 1,225 ราย พื้นที่กว่า 8,500 ไร่ มูลค่าผลผลิตราว 1,000 ล้านบาท/ปี และ เกษตรกรเลี้ยงปลานิลในกระชัง 425 ราย รวมกว่า 12,000 กระชัง ครองแชมป์แหล่งผลิตปลานิลอันดับ 1 ของภาคอีสาน

รวมมูลค่าผลผลิตทั้งสองชนิดสูงถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี นี่คือเหตุผลที่ภาครัฐต้องเร่งเครื่องเต็มสูบ วางมาตรการสกัดกั้นอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ “หมอคางดำ” จะลุกลามซ้ำรอยวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ซึ่งอาจกระทบทั้งวิถีชีวิตและรายได้ของเกษตรกรทั้งระบบ


