จำคุก 2 ปี 6 เดือน อดีตนายก อบต.นบพิตำ กับพวก ทุจริตตรวจเช็ก ซ่อมแซม รถบรรทุกน้ำ ศาลชี้ไม่มีเหตุรอลงอาญา
เมื่อวันที่ 9 กันยายน มีรายงานข่าวว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน นายสมโชค อินณรงค์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมจำคุกพวกร่วมกระทำผิดอีก 1 ปี 8 เดือน ในคดีทุจริตเกี่ยวกับการตรวจเช็ก ซ่อมแซม และเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์รถยนต์บรรทุกน้ำของ อบต. โดยศาลเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุก ขณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ซึ่งมีมติกล่าวหานายสมโชค ขณะดำรงตำแหน่งนายก อบต.นบพิตำ กับพวก คือนายนคร ปาลีพิชัย กรณีทุจริตในการดำเนินการตรวจเช็ก ซ่อมแซม และเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์สำหรับรถยนต์บรรทุกน้ำ หมายเลขทะเบียน บท 1843 นครศรีธรรมราช
คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 120 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายสมโชค จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 120 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
ส่วนนายนคร จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการป้องกันปราบปรามการทุจริตที่เกี่ยวข้อง
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด
พิพากษาจำคุกนายสมโชค จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี และจำคุกนายนคร จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน
อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกนายสมโชค 2 ปี 6 เดือน และจำคุกนายนคร 1 ปี 8 เดือน
ทั้งนี้ ศาลยังพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยทั้งสอง ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษจำคุก
ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 49/2569 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว



