หน้าแรก ภูมิภาค รวบหนุ่มเพิ่ง...

รวบหนุ่มเพิ่งพ้นโทษ อ้างไม่มีงานทำ รับจ้างขนชาวจีน ฟันค่าหัว 1.2 หมื่น

14.09.26 | 08:22 น.

รวบหนุ่มเพิ่งพ้นโทษ อ้างไม่มีงานทำ รับจ้างขนชาวจีน ฟันค่าหัว 1.2 หมื่น

เมื่อวันที่ 14 กันยายน  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. และ ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการใช้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาวลักลอบขนต่างด้าวจากชายแดน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทาง ทล.359 ตัดเข้า ทล.304 เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังรถวิทยุออกตรวจหาข่าว จนกระทั่งพบรถเป้าหมายบริเวณ กม.68 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี


เมื่อคนขับเห็นรถตำรวจกลับเร่งเครื่องซิ่งหนีด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเข้าเขต จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่จึงขอกำลังเสริมขับไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถสกัดให้รถคันดังกล่าวหยุดได้สำเร็จ บริเวณ ทล.304 กม.102-103 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

จากการตรวจสอบพบ นายทศพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ “ต้น” อายุ 37 ปี เป็นผู้ขับขี่ และพบชายชาวจีนอีก 4 ราย นั่งอัดแน่นอยู่ในห้องโดยสาร สภาพเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนดินโคลน ทราบชื่อคือ นายหม่า เยี่ยน พิง (อายุ 40 ปี), นายผู เหยียน ตง (อายุ 36 ปี), นายฝง ถาง ซิง (อายุ 22 ปี) และนายซ่ง อิง จวุ่น (อายุ 32 ปี)

Advertisement

สอบสวนนายทศพล รับสารภาพว่า ตนเองไม่มีงานทำ และ พึ่งพ้นโทษจำคุกในคดีขนแรงงานต่างด้าวลักษณะเดียวกันนี้มาเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา กระทั่งได้รับการติดต่อจากผู้ร่วมขบวนการให้ไปรับชาวจีนที่ชายแดนเพื่อไปส่งกรุงเทพฯ แลกกับค่าจ้างหัวละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,000 บาท จึงตัดสินใจกลับมารับงานอีกครั้งเพราะต้องการเงิน

ขณะที่ผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 4 ราย ให้การผ่านล่ามว่า เดินทางจากประเทศจีนมาทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ก่อนจะจ่ายเงินค่าเดินทางคนละ 3,000 – 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 100,000 – 150,000 บาท) เพื่อลอบเดินเท้าข้ามช่องทางธรรมชาติเข้าไทย หวังเดินทางต่อไปยังประเทศพม่า

รับจ้างขนชาวจีน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นายทศพล ฐาน “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองฯ” ส่วนชาวจีนทั้ง 4 ราย ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมผลักดันออกนอกประเทศต่อไป