หญิงวัย 43 เสียชีวิตปริศนาในห้องนอน พบคราบเลือด-บาดแผลหลายจุด ตำรวจเร่งคลี่ปม
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ร.ต.ท.กาจพล เฟื่องขจร รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในหมู่ 6 ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลบางปะอิน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง ภายในห้องนอนพบร่าง น.ส.สลินญา อายุ 43 ปี สวมเสื้อคอกลมสีขาวลายการ์ตูนและกางเกงขาสั้น นอนหงายอยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน
จากการตรวจสอบภายในห้อง พบคราบเลือดบริเวณพื้น และมีรอยเท้าที่มีคราบเลือดเดินไปสิ้นสุดบริเวณหน้าต่าง แต่โดยรอบยังไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือการรื้อค้นทรัพย์สินอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนนำร่างออกมาตรวจชันสูตรเบื้องต้น

จากการตรวจภายนอกเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตมีบาดแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมบริเวณลำคอ แก้ม ใบหน้า แขนซ้ายทั้งด้านหน้าและด้านข้าง รวมถึงบริเวณใต้ตา นอกจากนี้ยังพบลักษณะคล้ายต้นคอหัก โดยใกล้กับร่างพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง มีคราบเลือดติดอยู่ และกรรไกร 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุและลักษณะการเสียชีวิต
นางสำลี อายุ 63 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวพักอาศัยอยู่กับสามี ส่วนตนเองพักอยู่อีกบ้านหนึ่ง โดยช่วง 3 วันที่ผ่านมา ไม่เห็นลูกสาวออกจากบ้าน จึงเดินทางมาดูและตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ เมื่อพบว่าประตูหน้าบ้านถูกล็อก จึงขอให้ชาวบ้านใกล้เคียงช่วยปีนเข้าไปทางหน้าต่างด้านหลัง และพบลูกสาวนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง โดยมีคราบเลือดอยู่บนพื้น
นางสำลี กล่าวว่า สิ่งที่ยังติดใจคือประตูห้องนอนถูกใส่กลอนจากด้านนอก ขณะที่ประตูหน้าบ้านถูกล็อกจากด้านใน จึงยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และไม่ทราบว่าใครอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกสาว
ด้านนายสมทรง อายุ 53 ปี ชาวบ้านที่ช่วยปีนเข้าไปตรวจสอบ เล่าว่า แม่ของผู้เสียชีวิตขอให้ช่วยเข้าไปดู เนื่องจากเรียกลูกสาวแล้วไม่มีใครเปิดประตู จึงปีนเข้าทางหน้าต่างด้านข้างบ้าน ก่อนเดินไปเคาะประตูห้องนอน แต่พบว่ากลอนประตูถูกใส่ไว้ด้านนอก จึงเปิดกลอนเข้าไปดูและพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายใน จากนั้นจึงไปเปิดประตูหน้าบ้าน ซึ่งพบว่าถูกใส่กลอนจากด้านใน
ขณะที่นายราชศักดิ์ อายุ 42 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า อยู่กินกับภรรยาที่บ้านหลังดังกล่าวมานานประมาณ 7 ปี ตนมีอาชีพเป็นช่างไฟ ต้องออกไปทำงานต่างพื้นที่ครั้งละประมาณ 10 วันจึงจะกลับบ้าน โดยช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ตนยังเดินทางมาหาภรรยาและนำดอกโสนที่เก็บมาให้ภรรยานำไปขาย ก่อนจะเดินทางออกไปทำงาน และมาทราบภายหลังว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว หลังมีชาวบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งจึงเดินทางกลับมาที่บ้าน ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าภรรยาเสียชีวิตจากสาเหตุใด และยืนยันว่าไม่มีเรื่องบาดหมางกับใคร ส่วนโรคประจำตัวมีเพียงเล็กน้อย
ลุงเผือก อายุ 70 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน เปิดเผยว่า ก่อนพบศพประมาณ 3 วัน ไม่ได้ยินเสียงโวยวายหรือเสียงทะเลาะวิวาทจากบ้านหลังดังกล่าว และไม่ทันได้กลิ่นผิดปกติจากศพ โดยปกติผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่กับสามี แต่สามีมีลักษณะเดินทางไป ๆ มา ๆ จึงไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นเมื่อใด
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ทั้งหมด พร้อมมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุและลักษณะการเสียชีวิตอย่างละเอียด
ส่วนชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งการตรวจสอบสภาพแวดล้อม จุดเข้าออก และข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิต โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการเสียชีวิตจากสาเหตุใด และต้องรอผลชันสูตรประกอบการสอบสวนต่อไป


