หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯศรีสะเ...

ผู้ว่าฯศรีสะเกษลุยเอง บุกซอยสามัคคี สั่งแก้ปัญหาคลองอุดตัน เปิดทางระบายน้ำหวั่นท่วมซ้ำ

15.09.26 | 14:26 น.

ผู้ว่าฯศรีสะเกษลุยเอง บุกซอยสามัคคี สั่งแก้ปัญหาคลองอุดตัน เปิดทางระบายน้ำหวั่นท่วมซ้ำ


เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 กันยายน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่บริเวณ ซอยสามัคคี ต.หญ้าปล้อง อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หลังได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาคลองระบายน้ำอุดตัน ส่งผลให้การระบายน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างไม่สะดวก และเมื่อมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น น้ำจึงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน

ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ไม่ได้เพียงรับฟังรายงานจากหน่วยงาน แต่ได้ลงไปตรวจสอบสภาพปัญหาในพื้นที่จริง พร้อมพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และความต้องการของประชาชนโดยตรง

Advertisement

นายอนุรัตน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณคลองระบายน้ำ พบว่ามี วัชพืชและสิ่งกีดขวางสะสมอยู่ในแนวทางน้ำ ส่งผลให้การไหลของน้ำไม่คล่องตัว และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อมีน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ในปริมาณมากจึงเกิดปัญหาน้ำเอ่อและไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนตนจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งดำเนินการ กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวาง และปรับปรุงพื้นที่บริเวณคลองระบายน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวกมากขึ้น พร้อมให้เร่งดำเนินการในจุดที่เป็นปัญหาโดยไม่ชักช้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนนอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกและมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำหลังการแก้ไข และหากพบว่ายังมีจุดเสี่ยงหรือจุดที่น้ำระบายไม่ทัน ให้เร่งหาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมทันที

นายอนุรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาคลองระบายน้ำอุดตัน แม้จะเป็นปัญหาในพื้นที่เฉพาะจุด แต่หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดฝนตกหนัก ซึ่งปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากมีวัชพืช ขยะ ตะกอน หรือสิ่งกีดขวางอยู่ในทางน้ำ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในชุมชน ซึ่งแนวทางการทำงาน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต้อง รวดเร็ว ตรงจุด และเห็นผล โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำและระบบระบายน้ำ ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาน้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข

“ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด หากปัญหาใดเกินขีดความสามารถของหน่วยงานในพื้นที่ ให้เร่งประสานหน่วยงานระดับจังหวัดเข้าร่วมสนับสนุน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้น้อยที่สุด ‘ทุกข์ของประชาชนต้องได้รับการแก้ไข’ เป็นหลักสำคัญในการปฏิบัติงาน และที่สำคัญ การแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการกำจัดสิ่งกีดขวางเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา แนวทางป้องกันปัญหาในระยะยาว ทั้งการดูแลรักษาคลองระบายน้ำ การตรวจสอบจุดเสี่ยง การกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเฝ้าระวังในช่วงที่มีฝนตกหนัก เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องกลับมาเผชิญกับปัญหาเดิมซ้ำอีก” นายอนุรัตน์ กล่าว