เดินฝ่าฝนกว่า 9 กิโลฯ ระดมกำลังหามยายวัย 90 ป่วยติดเตียง ออกจากป่าทุ่งใหญ่ มาทำบัตรATM
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ใกล้ตา แต่ ไกลตีน” นำภาพการช่วยกันแบกหามร่าง หญิงวัยชรา อายุ 90 ปี ออกมาจากบ้านเกาะสะเดิ่ง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อมาทำธุรกรรมทางด้านการเงินกับธนาคาร สภาพเป็นไปอย่างทุลักทุเลและยากลำบาก
โดยเจ้าของเฟซบุ๊กระบุว่า “ทีมผู้นำ ชรบ. เจ้าหน้าที่ไฟป่า เจ้าหน้าที่ อสม. พี่น้องในพื้นที่หมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง หมู่ 3 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้มีการนำตัว นางเซอะปวย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ อายุกว่า 90 ปีและป่วยติดเตียง ออกมาทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาสังขละบุรี โดยใช้วิธีการใส่เปลแบกหามออกมาถึงหมู่บ้านกองม่องทะ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 9 กม.ท่ามกลางฝนที่ได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นใช้รถยนต์นำตัวมายังธนาคารในตัวอำเภอสังขละบุรี อนึ่งที่จำเป็นต้องนำตัวออกมานั้นสาเหตุเพราะว่าบัตรเอทีเอ็มของนางเซอะปวยไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็มได้ จึงจำเป็นต้องนำตัวออกมาที่สาขาของธนาคารเองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ขอบคุณภาพจาก อดีตไม่สำคัญ รู้แค่ว่าวันนี้ทำเพื่ออะไร #บ้านเกาะสะเดิ่ง #ขอบพระคุณพี่น้องทุกคนครับ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็มีผู้เข้าไปชื่นชมทีมงานจำนวนมาก อาทิ ขอคารวะหัวใจและน้ำใจของพี่น้องที่สมัครสมานสามัคคีช่วยเหลือกันและกันดีเหลือเกิน อันนี้ไทยช่วยไทยหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนะครับวัช ทางการน่าจะนำกรณีเยี่ยงนี้เป็นกรณีศึกษาและหาขั้นตอนที่จะช่วยบรรเทาความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่ยากลำบากมากๆ ดังเช่นบ้านเกาะสะเดิ่ง ความยากอยู่ตรงความสัตย์ซื่อของ จนท.รัฐ นี่แหละ ในบางพื้นที่ ที่ยากลำบากธนาคารก็น่าจะให้บริการเชิงรุกบ้างเนอะ ไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว
ขณะที่ส่วนหนึ่งก็สอบถามรายละเอียด และต่อมาเจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ที่ให้การช่วยเหลือตอบกลับว่า “บัตรเอทีเอ็มครับ..ของผู้สูงอายุ ปกติลูกหลานจะใช้บัตรเอทีเอ็มถอนตังค์ออกมาทุกเดือนเพื่อใช้ในการดูแลคุณยายครับผม”
สำหรับบ้านเกาะสะเดิ่ง ต.ไล่โว่ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก คนในพื้นที่ต่างก็รู้กันดีว่าเมื่อถึงฤดูฝนทีไรการเดินทางเข้าออกนั้นสุดแสนจะลำบาก โดยเฉพาะยามจำเป็นต้องนำผู้ป่วยออกมารักษาที่โรงพยาบาลสังขละบุรี ทำให้การเข้ารับรักษาล่าช้าและเสี่ยงเสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมามีภาพข่าวให้เห็นอย่างต่อเนื่อง




