หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าอาวาส ให้...

เจ้าอาวาส ให้อภัย ไม่แจ้งความ‘วรเดช’ กล่าวหาไม่ใช่พระ ยันเอาผิด ป้าดา-พวก บุกรุกวัด

16.09.26 | 13:41 น.

เจ้าอาวาส ให้อภัย ไม่แจ้งความ‘วรเดช’ กล่าวหาไม่ใช่พระ ยันเอาผิด ป้าดา-พวก บุกรุกวัด

 


เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนา นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นายโกวิทย์ แสงสากล ทนายความวัดป่าอดุลยาราม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อทำการเซ็นเอกสารเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองโฉนดที่ดิน ประมาณ 21 ไร่ จากผู้บริจาคที่ดินเดิม คือ นายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นชื่อ “วัดป่าอดุลยาราม” ซึ่งเสร็จสิ้นลงในเวลาประมาณ 11.00 น. หลวงพ่ออดุลฯ และทีมมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ก็ได้เดินทางกลับมาที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อแถลงข่าว นำโดยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ท่ามกลางชาวบ้านที่เดินทางมานั่งรอฟังข่าวดีจากทางวัดและทีมทนาย

ในการแถลงข่าว นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการเดินทางไปโอนที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยารามให้กับชาวบ้านที่มารอฟัง โดยย้ำว่า ขณะนี้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของนายเฮียง ผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยารามอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และกรณีที่ดินวัดป่าอดุลยารามนี้ จะถูกนำไปเป็นโมเดลให้กับวัดอื่นๆ ได้ใช้เป็นต้นแบบในการโอนที่ดินจากผู้ศรัทธาให้เป็นของวัดอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาพิพาทที่อาจจะเกิดขึ้นกับวัดอื่นๆ ในอนาคต

Advertisement

นายอนันต์ชัยกล่าวว่า ตนเคยพูดในหลายๆ ครั้งว่า ต่อให้คุณร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด คุณก็ไม่มีวันที่จะได้วัดป่าอดุลยาราม และต่อให้ให้คุณเกิดกี่ภพกี่ชาติ คุณก็ไม่มีวันได้ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม และอีกเรื่องที่ตนเองเคยบอกว่าจะทำให้คุณดูเรื่องการโอนที่ดิน โดยไม่ง้อฝ่ายทายาทเจ้าของที่ดินเดิม แล้ววันนี้ก็เป็นจริง วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ ไม่อยากจะพูดอะไรให้เป็นการกระทบกระเทือนฝั่งทายาทที่มีข้อพิพาทกับวัด

นายอนันต์ชัยกล่าวว่า วันนี้อยากจะกราบดวงวิญญาณของคุณตาเฮียง พิมพ์ศรี และทายาททุกคนที่ไม่คิดจะเอาที่ดิน ท่านเหล่านี้เป็นผู้มีคุณูปการในการสร้างวัด บุญกุศลในครั้งนี้ ถ้าคุณตาเฮียงรับรู้ได้บนสวรรค์ ท่านคงไปจุติอีกภพหนึ่งที่สูงกว่าเดิม เพราะว่าที่ดินวันนี้เป็นที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ถูกต้องครบถ้วน แล้วที่ตนพูดว่าหมัดน็อก ก็คือการโอนที่ดินมาเป็นของวัดป่าอดุลยาราม

“ขอกล่าวปิดตำนานวัดป่าอดุลยารามจากกรณีพิพาทในครั้งนี้ ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านที่ร่วมแรงร่วมใจ รวมกำลังในการที่ให้ที่ดินกลับคืนเป็นสาธารณสมบัติของวัด ต่อไปนี้แม้เราตายไปกี่ภพกี่ชาติ ที่ดินก็ยังเป็นของวัด ซึ่งโฉนดที่ดินฉบับจริง หลวงพ่ออดุลฯ ได้มอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาเก็บรักษาไว้แล้ว” นายอนันต์ชัยกล่าว

ด้าน น.ส.พัณณ์ชิตา ไชยเดช หรือ “ทนายฟ้าใส” บุตรสาวของทนายอนันต์ไชย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มป้าดา พร้อมพวก ที่ร่วมกันบุกรุกวัด รวมทั้งการดำเนินคดีกับนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” อดีตที่ปรึกษากลุ่มทายาทนายเฮียง ซึ่งก่อนหน้านี้มูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้ให้เวลานายวรเดชเดินทางมากราบขอขมาหลวงพ่ออดุลฯ จากกรณีที่ได้กล่าวหมิ่นประมาทหลวงพ่ออดุลฯว่า “มันไม่ใช่พระ มันไม่ใช่เจ้าอาวาส” ในรายการชื่อดังทางโทรทัศน์ ซึ่งครบกำหนด 7 วัน ในวันนี้

น.ส.พัณณ์ชิตากล่าวว่า ทีมทนายได้มีการทำสำนวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายวรเดชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการไล่ย้อนดูเทปที่นายวรเดชไปออกรายการโทรทัศน์ช่องต่างๆ ซึ่งมีการกล่าวหมิ่นประมาทหลวงพ่ออดุลฯ ซึ่งครบ 7 วันในวันนี้ ซึ่งเมื่อช่วงเช้า ตนได้นำเรียนข้อกล่าวหาที่จะเอาผิดนายวรเดชให้หลวงพ่ออดุลฯรับทราบว่ามีข้อหาใดบ้าง คือ 1.ข้อหาดูหมิ่นคณะสงฆ์ ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 44 (ตรี) และ 2.ข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ตาม ป.อาญา มาตรา 393 แต่ภายหลังรับฟังการรายงานเรื่องคดี หลวงพ่ออดุลฯได้กล่าวกับตนเองและทีมทนายว่า “หลวงพ่อขอบิณฑบาตทนาย (นายวรเดช) ได้ไหม เพราะหลวงพ่ออยากให้อภัยกับผู้ที่ดูหมิ่นหลวงพ่อ” ซึ่งทีมทนายกองทัพธรรมก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี และคดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวบุคคล หากหลวงพ่อให้อภัยก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งทางทนายกองทัพธรรมก็จะไม่ดำเนินคดีกับนายวรเดช ตามความประสงค์ของหลวงพ่ออดุลฯ

น.ส.พัณณ์ชิตากล่าวต่อว่า ส่วนอีก 1 คดี คือ คดีบุกรุกวัด ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกหรือยกเว้นได้ เนื่องจากคดีนี้เป็นอาญาแผ่นดิน หากหลวงพ่ออดุลฯไม่ดำเนินการ ก็จะเข้าข่ายความผิด ฐานเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกรณีนี้ทางทนายจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด