หน้าแรก ภูมิภาค ชายแดนบุรีรัม...

ชายแดนบุรีรัมย์ผวา ‘เนิน 450’ ตึงเครียด หวั่นปะทะรอบ 3 ชาวบ้านทำความสะอาดบังเกอร์รอ

16.09.26 | 13:00 น.

ชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาตึงเครียด เนิน 450 ถูกจับตา หลังทหารเขมรขุดคูเลต-วางลวดหนาม ขณะที่ชาวบ้านชายแดนบุรีรัมย์ ยอมรับกังวล หวั่นสถานการณ์บานปลายถึงขั้นปะทะรอบ3 หลายครอบครัวเริ่มทำความสะอาดบังเกอร์

วันที่ 16 กันยายน 2569 บรรยากาศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาตึงเครียดและถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานสถานการณ์บริเวณ “เนิน 450” พื้นที่ช่องกระโดน/ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า มีการขุดคูเลตและวางลวดหนามหีบเพลงตามแนวพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์เกิดความกังวล หวั่นสถานการณ์บานปลายจนเกิดการปะทะรอบที่ 3 หลายครอบครัวเริ่มทำความสะอาดบังเกอร์เตรียมพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน


ช่วงบ่ายวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์บริเวณเนิน 450 ระบุว่า ทหารไทยเข้ากดดันทหารกัมพูชา จนอีกฝ่ายขอเจรจา และมีการพูดคุยเรื่องการกลบคูเลตที่เพิ่งขุดขึ้น ก่อนที่ช่วงค่ำจะโพสต์อัปเดตว่า สถานการณ์บริเวณเนิน 450 ยังคงตึงเครียด แม้ทหารกัมพูชาจะมีท่าทีอ่อนลงหลังฝ่ายไทยกดดันให้กลบคูเลต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเพิ่มกำลังและรุกกลับในช่วงกลางคืน

กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ มีการโพสต์อัปเดตเพิ่มเติมว่า ต้องติดตามว่าทหารกัมพูชาจะดำเนินการกลบคูเลตบริเวณเนิน 450 ตามที่มีการเจรจากันไว้หรือไม่ หลังมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาตกลง แต่ขอเริ่มดำเนินการในวันนี้ ขณะที่มีกระแสข่าวว่าผู้นำทหารกัมพูชาบางส่วนไม่เห็นด้วย

Advertisement

นางคาวุธ บุ้งต่อบัว อายุ 70 ปี ชาวตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวความตึงเครียดของกำลังทหารทั้งสองฝ่ายบริเวณชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่เนิน 450 ยอมรับว่ารู้สึกกังวลและหวั่นว่าสถานการณ์อาจนำไปสู่การปะทะรอบที่ 3

นางคาวุธกล่าวว่า อยากฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาให้ชัดเจน ไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อ เพราะประชาชนตามแนวชายแดนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหวาดระแวง พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำความสะอาดบังเกอร์บริเวณบ้านเตรียมไว้แล้ว หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะที่นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี แม่ค้าร้านขายของชำในตำบลจันทบเพชร กล่าวว่า บรรยากาศการค้าขายในพื้นที่ชายแดนช่วงนี้ค่อนข้างซบเซา ไม่คึกคักเหมือนปกติ หากสถานการณ์มีปัญหา อยากให้ทุกฝ่ายเร่งหาทางยุติ เพื่อให้ชาวบ้านกลับมาทำมาหากินและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นางเอกล่าวว่า ยอดขายที่ลดลงอย่างมากทำให้หมุนเงินไม่ทัน และขณะนี้ถึงขั้นต้องหลบเจ้าหนี้รายวัน เพราะมีรายได้ไม่เพียงพอชำระหนี้ โดยผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนจึงไม่ได้สร้างเพียงความหวาดระแวงด้านความปลอดภัย แต่ยังกระทบต่อปากท้องของประชาชนในพื้นที่ด้วย