ศาลจังหวัดนราธิวาสนัดคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐาน คดีกลุ่มทหารและอดีตนาวิกโยธินลอบยิง สส.กมลศักดิ์ โดยศาลกำหนดวันนัดสืบพยานรวม 15 นัด เริ่มนัดแรก 19 ม.ค. 2570 ขณะที่จำเลย 2 ราย ยืนยันรับสารภาพ ส่วนอีก 3 ราย ยังคงปฏิเสธขอต่อสู้คดี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 9 ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลนัดคุ้มครองสิทธิ ตรวจพยานหลักฐาน และสอบคำให้การจำเลย ในคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ โดยศาลกำหนดวันสืบพยานรวม 15 นัด เริ่มนัดแรกวันที่ 19 มกราคม 2570 และคาดว่าจะสืบพยานแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2570
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อกลางดึกวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งกลุ่มทหารและอดีตเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธินนราธิวาส ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันนำรถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส และใช้อาวุธปืนของทางราชการ ก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์ ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ได้รับบาดเจ็บสาหัส

จำเลยในคดีมี 5 ราย ประกอบด้วย ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี, นายธนภัทร วัฒนภิญโญ, นายอลาวี อาแว, นายสมพร ลังเดช และ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ โดย 4 รายแรกถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำนราธิวาส ส่วน น.อ.มนตรีอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัว ซึ่งจำเลยทั้งหมดเดินทางมาตามนัด
นายกมลศักดิ์เปิดเผยว่า การนัดครั้งนี้เป็นการนัดคุ้มครองสิทธิครั้งที่ 2 หลังจากครั้งก่อนต้องเลื่อน เนื่องจากเอกสารสำนวนคดียังอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ โดยครั้งนี้อัยการจังหวัดนราธิวาสได้คัดถ่ายเอกสารเพื่อให้คู่ความตรวจสอบ และแถลงบัญชีพยานที่จะนำเข้าสืบ
สำหรับคำให้การของจำเลย นายกมลศักดิ์ระบุว่า นายธนภัทรและนายอลาวียังคงยืนยันรับสารภาพในข้อหาพยายามฆ่า ขณะที่จำเลยอีก 3 รายให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี
ด้านนายกิจจา อาลีอิเฮาะ ทนายความของนายอุชลัมห์และ ด.ต.หริรักษ์ เปิดเผยว่า อัยการยื่นบัญชีพยานบุคคลประมาณ 92 ปาก และพยานเอกสาร รวมบัญชีพยานมากกว่า 200 รายการ โดยอัยการประสงค์นำพยานบุคคลเข้าสืบจริงประมาณ 37 ปาก
ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายที่ 2 และผู้เสียหายที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ส่วน สส.กมลศักดิ์ยังไม่ได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ แต่ยังสามารถยื่นได้ก่อนการสืบพยานเสร็จสิ้น

ศาลกำหนดวันสืบพยานทั้งหมด 15 นัด เริ่มวันที่ 19 มกราคม 2570 โดยฝ่ายโจทก์ขอสืบพยาน 10 นัด จากนั้นเป็นฝ่ายโจทก์ร่วมอีก 3 นัด และฝ่ายจำเลยอีก 2 นัด หากเป็นไปตามกำหนด คาดว่าการสืบพยานจะแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2570
สำหรับกรณีของนายเดโช ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องในข้อหาสนับสนุน แต่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น ขณะนี้กระบวนการยังไม่สิ้นสุด โดยสำนวนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีความเห็นแย้งกับคำสั่งไม่ฟ้อง จะต้องส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดวินิจฉัยชี้ขาดตามขั้นตอน
หากภายหลังมีการสั่งฟ้องนายเดโชในระหว่างที่คดีหลักอยู่ระหว่างการสืบพยาน อาจมีความเป็นไปได้ที่จะนำคดีมารวมพิจารณา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนทางกฎหมายและคำสั่งของศาล



