หน้าแรก ภูมิภาค อุกอาจ! อดีตส...

อุกอาจ! อดีตสะใภ้ เพิ่งเลิก 2 เดือน ลั่นไกดับแม่ย่า-น้องผัวสาหัส หลานเผยนาทีชีวิต กระสุนด้าน

19.09.26 | 18:08 น.

อดีตลูกสะใภ้ เพิ่งเลิกรา 2 เดือน ลั่นไกแม่ย่า-น้องผัว หลานวัย 17 รอดหวุดหวิด กระสุนด้าน เผยนาทีชีวิต ผู้ก่อเหตุปรี่มาเรียก ‘แม่’ คำเดียว แล้วลงมือ


เมื่อเวลา 13.36 น. วันที่ 19 กันยายน ร.ต.อ.ภัทรพงศ์ เพชรมีแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนาสาร รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุบ้านใน ต.ทุ่งเตาใหม่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วรวิทย์ เจริญศุภผล ผกก.สภ.บ้านนาสาร พฐ.8 กุศลศรัทธา สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นกึ่งไม้ปูน บริเวณลานดินหน้าบ้านพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นางจารีย์  อายุ 72 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณ ลำตัว จำนวน 1 แผล ห่างกัน 1 กิโลเมตรบริเวณล้านปาล์ม พบรถยนต์เก๋ง สีขาว จอดเปิดฝาท้าย จอดอยู่ 1 คัน และมีรอยเลือดหยดที่พื้นหญ้า ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 รายทราบชื่อต่อมาคือ นายวชิรวิทย์ อายุ 35 ปี บุตรชายผู้เสียชีวิต มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณท้อง 1 แผล และขาทั้ง 2 ข้าง รู้สึกตัว กู้ชีพกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ธัญญธร หรือ แป้น อายุ 43 ปี ชาวอ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี (เป็นอดีตลูกสะใภ้ที่คบหากับ “ลูกชายคนโต” ของผู้เสียชีวิตและเลิกรากันได้ 2 เดือน ได้ขับรถยนต์โตโยต้าสีดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน มีรั้วที่ท้ายกระบะและบรรทุกตู้เย็นหลบหนีไป ซึ่งทาง สภ.บ้านนาสารได้สั่งสกัดรถคนร้าย และประสานพื้นที่ใกล้เคียง และสามารถสกัดจับได้ที่จุดตรวจ จุดสกัดตามแผนก้าวสกัดจับ ทางเข้า ม1 ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คีรีรัฐนิคม ควบคุมตัวได้ พร้อมอาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก

Advertisement

สอบสวนเบื้องต้น ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ธัญญธร ซึ่งได้เลิกรากับ นายธีระศักดิ์ ลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิตแล้ว ได้เดินทางมาในพื้นที่ เพื่อเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาเช่าแปลงทุเรียน กับนางจุรี ญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่บ้านของนางจุรี โดยนางจุรีได้โทรแจ้งนางจารีย์นำเอกสารสัญญาไปให้ และได้มีการเซ็นเอกสาร โดยมี น.ส.ธัญญธร นายวชิรวิทย์ อายุ 35 ปี (ผู้บาดเจ็บ) และภรรยา ก่อนที่ นางจารีย์ ขับรถกระไปที่สวนเพื่อให้คนงานเตรียมยกตู้เย็นให้อดีตลูกสะใภ้ และกลับมาบ้าน

ต่อมา นายวชิรวิทย์ อายุ 35 ปี (ผู้บาดเจ็บ) ได้ขับรถยนต์เก๋งมไปที่ลานปาล์ม หลังจากนัดกับ น.ส.ธัญญธร เพื่อถอดรั้วที่รถยนต์กระบะของตนออกเก็บไว้ แต่ปรากฏว่าเมื่อได้ถอดรั้วหลังรถเสร็จ น.ส.ธัญญธร ได้ชักปืนยิงใส่ และทางเจ้าของลานปาล์มได้ยิงเพื่อป้องกันเหตุ ก่อนน.ส.ธัญญธร จะขับรถกระบะที่บรรทุกตู้เย็นหลบหนี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมได้ดังกล่าว

ได้พูดคุยกับ นางจุรี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้นัดกับ น.ส.ธัญญธร เพื่อมาเซ็น เอกสารสัญญายกเลิกเช่าสวนทุเรียน ซึ่งก่อนเกิดเหตุไม่พบความผิดปกติ ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นคนตาม นางจารีย์ ว่าอดีตสะใภ้มาแล้ว จึงได้เอาเอกสารสัญญามาให้ และเกิดเหตุไล่เรียงดังกล่าว ที่ผ่านมาทราบเพียงว่าได้เลิกรากันไปได้ประมาณ 2 เดือน แต่ไม่ทราบถึงสาเหตุความโกรธแค้นมากน้อยเพียงใดถึงได้กล้ามาก่อเหตุเช่นนี้

ด้าน หลานผู้เสียชีวิต อายุ 17 ปี  กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองอยู่กับย่าที่บ้าน และผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาที่บ้านก่อนจะเรียกว่า “แม่” และย่าเดินออกไปหน้าบ้าน ตนเห็นถูกเอาปืนจ่ออกแล้วยิงต่อหน้า ก่อนจะหันกระบอกปืนมาหาตน แต่ปืนเกิดขัดข้องและตนพยายามวิ่งหลบหนีหลังจากนั้นได้ยินตามหลังมาอีกหนึ่งนัด ก่อนจะขับรถหลบหนี ตนคิดไม่ออกว่าทำไมมาก่อเหตุเช่นนี้ หากเจออยากสอบถาม ว่ายิงทำไม

ด้าน นายธีระศักดิ์ อดีตสามี ที่เพิ่งเลิกรากันได้ประมาณสองเดือน เปิดเผยว่า อดีตภรรยาเช่าสวนทุเรียนทำส่งกับคนจีน และได้มาคบหากับตน ซึ่งทำเรื่องแก้ปัญหาสวนทุเรียน หลังจากหมดสัญญาเช่าทำสวนทุเรียนแปลงที่สวนมีปัญหาเรื่องผลผลิต และตนแก้ไขปัญหาให้ ได้มาบอกเลิกรากับตนโดยให้เหตุผลว่า “ไปด้วยกันไม่ได้” แต่ก็เป็นการเลิกรากันโดยดี ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกัน สjวนแม่ตนเองกับอดีตภรรยาที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือกันดี มีการยืมเงินช่วยเหลือกันไปมา

แต่ก่อนเกิดเหตุตนทราบจากแม่ว่า เมื่อเขาเข้ามาในพื้นที่ก็เลยได้พูดบอกเขาไปหนึ่งคำว่า “มาแล้วก็เก็บเสื้อผ้ากลับไปด้วย” แต่นั่นก็ไม่น่าจะเป็นสาเหตุถึงขั้นนี้ ซึ่งตนงงมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทราบว่า ระหว่างนี้ อดีตภรรยามีปัญหาหลายอย่าง ทั้งในเรื่องการต่อสู้คดีเรื่องพ่อที่ประสบอุบัติเหตุ และเรื่องเช่าทำสวนทุเรียน