หน้าแรก ภูมิภาค ทวี ให้กำลังใ...

ทวี ให้กำลังใจ ปัตตานีเอฟซี ดันฟุตบอล นำการเมือง เชื่อมโยงประชาชนเข้าด้วยกัน

20.09.26 | 12:54 น.

ทวี ให้กำลังใจ ปัตตานีเอฟซี ดันฟุตบอล นำการเมือง เชื่อมโยงประชาชนเข้าด้วยกัน
วันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติ เข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ‘ไทยลีก 1’ ฤดูกาล 2026/27 นัดที่ 3 ระหว่างทีม “ปืนใหญ่พญาตานี” ปัตตานี เอฟซี พบกับ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี


บรรยากาศขอบสนามในวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยพลังของมวลชนเกือบ 10,000 คน หลั่งไหลเข้ามาจนแน่นขนัดอัฒจันทร์สนามกีฬาติณสูลานนท์ เสียงกลองและเสียงเชียร์ภาษามลายูสลับไทยดังกึกก้อง สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระดับรากหญ้าที่แฟนบอลมีต่อสโมสร ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของกีฬา แต่เป็นเสมือนลมหายใจและพื้นที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับบนเวทีระดับชาติ

พ.ต.อ.ทวี ได้ลงพื้นที่ทักทายและให้กำลังใจนักกีฬาตลอดจนแฟนบอลอย่างใกล้ชิด โดยระบุข้อความที่น่าสนใจตอนหนึ่งว่า “วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาให้ความสุขกับประชาชน เนื่องจากผลการแข่งขันของพวกเราเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกที่ดี เพราะทุกคนจะมีกำลังใจ ต้องการเห็นทีมปัตตานี เอฟซี ของเรา… วันนี้แฟนของปัตตานี เอฟซี ไม่ใช่มีแค่ 3 จังหวัด มีทั้งประเทศเลยนะ ขอบใจทุกคนมาก”

Advertisement

ภาพของชาวปัตตานีและคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางข้ามเขตมาเชียร์ทีมรักถึงจังหวัดสงขลา พร้อมกับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ถือเป็นการใช้กีฬาเป็น “เครื่องมือสลายภาพจำ” ของพื้นที่ความขัดแย้ง ในขณะที่บทบาทของ พ.ต.อ.ทวี ในสภาฯ คือการจัดการกับมิติทางกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งมักเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่พื้นที่ขอบสนามฟุตบอลกลับเป็น “พื้นที่สันติภาพจำลอง” ที่คนทุกศาสนาและทุกฝ่ายมารวมตัวกันภายใต้สีเสื้อเดียวกัน ตามที่ พ.ต.อ.ทวี จะเอ่ยถึงมาตลอดต่อเนื่อง นี่คือกุญแจสำคัญที่สะท้อนว่า ซอฟต์พาวเวอร์ทางกีฬาสามารถขับเคลื่อนความปรองดองได้เร็วกว่านโยบายความมั่นคง

การปรากฏตัวของ พ.ต.อ.ทวี ที่ขอบสนามติณสูลานนท์ ท่ามกลางแฟนบอลเรือนหมื่นในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อนชมกีฬาของนักการเมืองระดับแกนนำพรรค แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า “ปลายด้ามขวาน” กำลังใช้ฟุตบอลเป็นหัวหอกในการส่งออกวัฒนธรรม ความสุข และเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นมูฟเมนต์ทางการเมือง ที่แยบยลและทรงพลังอย่างยิ่งในสมรภูมิประเทศไทยยุคปัจจุบัน