หลังจากกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนน้อยกว่า 60 คน ทำให้เกิดกระแสคัดค้านมากมายหรือเห็นด้วย ก็มีจำนวนไม่น้อย และขณะนี้ก็ยังถกเถียงกัน ยังหาข้อยุติไม่ได้ ระหว่างนักวิชาการ กับผู้ปกครองนักเรียนจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป
สำหรับด้านกระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า โรงเรียนขนาดเล็ก มีจำนวนนักเรียนน้อย ไม่คุ้มกับการลงทุน สิ้นเปลืองงบประมาณมาก และยังเห็นว่า โรงเรียนขนาดเล็กด้อยคุณภาพ เนื่องจากขาดอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย และมักอยู่ห่างไกลอยู่ในถิ่นทุรกันดาร บุคลากรทางการศึกษาก็น้อย จึงจำเป็นต้องยุบโรงเรียนขนาดเล็ก และให้ไปเรียนรวมกัน ในโรงเรียนใกล้เคียง
ส่วนผู้ปกครองนักเรียน ก็มีความเห็นแตกต่างกัน 2 กลุ่ม กลุ่มที่มีฐานะดี ก็จะส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนในเมือง ซึ่งก็ไม่เดือดอะไร ส่วนกลุ่มผู้ปกครองที่หาเช้ากินค่ำ ข้าวสารกรอกหม้อก็ยังจะไม่มี หากบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ไหนจะค่าขนม ค่าอาหารกลางวัน ค่ารถรับส่ง หากจะให้เดินทางไปโรงเรียนเอง ก็กลัวได้อันตรายจากยวนยานพาหนะวิ่งผ่านไปมา โดยเฉพาะนักเรียนหญิงจะมีอันตรายมากกว่า ระยะห่างไกลจากบ้านการเดินทางกลับก็ลำบาก ในขณะที่รัฐบาลมีนโยบายซื้อรถรับส่งนักเรียน หรือซื้อจักรยานให้นักเรียน จะเป็นการลงทุนที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะรถตู้แต่ละคันราคานับล้าน รถจักรยานก็ราคานับพันบาทขึ้นไป หากนำเงินส่วนนี้ไปมอบให้โรงเรียนในหมู่บ้าน จะสามารถจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน และสามารถพัฒนาโรงเรียน มีศักยภาพเท่าเทียมและให้ทันสมัยได้

นโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน และหลายโรงเรียนมีแนวโน้มว่าจะถูกยุบ ด้วยสาเหตุที่จำนวนนักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ เนื่องมาจากคนไทยรู้จักมีการวางแผนครอบครัว ตามนโยบายของ มีชัย ลูกมากจะยากจน ส่งผลให้ประเทศไทย มีจำนวนประชากรอยู่ในวัยเด็กลดลงอย่างได้ผล กระทั่งมีผลกระทบต่อการขาดแคลนแรงงานในประเทศ สูงมาก ต้องนำแรงงานต่างด้าวเข้ามา
โรงเรียนบ้านหนองหัวช้าง ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าจะถูกยุบ เนื่องจากนักเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ต่อมาได้โอนเข้าสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว และได้มีงบประมาณสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันได้มีเด็กชาวกัมพูชา ที่อพยพเข้ามาพร้อมกับผู้ปกครองที่ขายแรงงานในประเทศไทย เข้ามาเรียน จำนวนมาก ทำให้จำนวนนักเรียนเกินเกณฑ์การยุบโรงเรียน
ทางด้านนายวิชิต ลือพืช ผู้อำนวยการโรงเรียนซับนกแก้ววิทยา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหัวช้าง กล่าวว่า โรงเรียนบ้านหนองหัวช้าง ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว เดิมมีนักเรียนน้อยมาก มีโอกาสที่จะยุบได้ แต่ในปัจจุบันได้มีเด็กชาวกัมพูชา จำนวนมาก เข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ โดยเด็กกัมพูชา จะติดตามผู้ปกครอง ที่เดินทางเข้ามารับจ้างทำงานในพื้นที่บ้านหนองหัวช้างจำนวนมาก และขณะนี้ โรงเรียนบ้านหนองหัวช้าง มีนักเรียนชาวกัมพูชา 30 คน เด็กไทย 60 คน รวมแล้ว มีนักเรียนทั้งหมด 90 คน โอกาสที่จะยุบโรงเรียนจึงไม่มี เนื่องจากมีนักเรียนเกินเกณฑ์ ที่จะถูกยุบ
“เมื่อเปรียบเทียบถึงความขยัน ตั้งใจเรียน เด็กกัมพูชา ส่วนใหญ่จะตั้งใจเรียนมากกว่าเด็กไทย และจะเรียนรู้ได้เร็วกว่า อาจมีสาเหตุมาจาก เด็กชาวกัมพูชา ที่เข้ามาเรียน ส่วนใหญ่จะมีอายุมากแล้ว เช่น อายุ 10 ปี เข้าเรียนชั้น ป. 1 บางคนอายุ 13 ปี เข้าเรียนชั้น ป.1 ก็มี ทำให้มีวุฒิภาวะในการเรียนสูงกว่าเด็กไทย และการเข้ามาเรียนของเด็กกัมพูชา ทำให้โรงเรียนบ้าหนองหัวช้าง เพิ่มจำนวนขึ้น พ้นจากเกณฑ์การยุบโรงเรียนแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก ที่ยากไร้ ต่างดีใจ ที่มีโรงเรียนให้บุตรหลานได้เรียนใกล้บ้านไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่อื่น นับว่าเป็นอานิสงค์มาจากเด็กชาวกัมพูชา ทำให้โรงเรียนไม่ถูกยุบ “ นายวิชิต กล่าวอีก

