‘ทรงศักดิ์’ ตรวจลุ่มน้ำโขงอีสาน สั่งเข้มจัดการน้ำ เตรียมรับมือฝนตกหนักปลายฤดู-เอลนีโญ
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดนครพนม โดยมี นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำอูน บ้านปากอูน อ.ศรีสงคราม และโครงการประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต อ.ธาตุพนม รวมทั้งสำรวจความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยบริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช อ.เมืองนครพนม ตามลำดับ

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามการบริหารจัดการน้ำในช่วงปลายฤดูฝน เนื่องจากรัฐบาลมีความเป็นห่วงสภาพอากาศในปีนี้ ที่ปริมาณฝนมีความแปรปรวนจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะสภาวะเอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงในช่วงปลายปีนี้ และคาดว่าจะเกิดต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งการป้องกันอุทกภัยและการเตรียมรับมือภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง พื้นที่ลุ่มน้ำอูน ซึ่งมีการบริหารจัดการน้ำเชื่อมโยงกับแม่น้ำสงครามและแม่น้ำโขง จึงได้กำชับให้ สทนช. บูรณาการกับกรมชลประทาน จังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมสื่อสารข้อมูลด้านน้ำให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่าย และหากมีแนวโน้มสถานการณ์ที่ต้องแจ้งเตือนภัย ให้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางโดยทันที นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเขื่อนน้ำอูนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องมาเป็นลำดับแรก รวมถึงเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรองไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงนี้ด้วย

สำหรับพื้นที่ลำน้ำก่ำ ซึ่งมีประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิตเป็นอาคารควบคุมน้ำจุดสุดท้ายก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ได้มอบหมายให้ สทนช. ร่วมกับกรมชลประทาน เร่งทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำของอาคารควบคุมน้ำตลอดลำน้ำก่ำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำระดับน้ำของแม่น้ำโขงมาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมได้กำชับให้กรมชลประทานจัดสรรน้ำให้พอเพียงตลอดช่วงฤดูแล้งและส่งเสริมการใช้น้ำในพื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด

นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า รองนายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำให้ สทนช. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำของแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง และสรุปส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานภายในประเทศใช้ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง สามารถป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

