หน้าแรก ภูมิภาค ภาคประชาสังคม...

ภาคประชาสังคมชายแดนใต้ระดม 28 องค์กร จัดทำ 16 ข้อเสนอเชิงนโยบาย ผลักดันเป็น “วาระร่วมชายแดนใต้”

21.09.26 | 16:39 น.
oplus_8388608

ภาคประชาสังคมชายแดนใต้ระดม 28 องค์กร จัดทำ 16 ข้อเสนอเชิงนโยบาย หวังส่งต่อรัฐบาล-นักการเมือง ผลักดันเป็น “วาระร่วมชายแดนใต้”


เมื่อวันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 20 กันยายน ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้และภาคีเครือข่าย จัดเวทีรวบรวมและนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

กระบวนการจัดทำข้อเสนอเริ่มมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ผ่านการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและภาคีเครือข่าย ก่อนต่อยอดจากกิจกรรม “เวทีเสียงของประชาชน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปีการพูดคุยสันติภาพ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งภาคประชาสังคมได้ร่วมกันเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล คณะพูดคุยสันติภาพทั้งสองฝ่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แม้กระบวนการพูดคุยสันติภาพในช่วงที่ผ่านมาเผชิญข้อจำกัดและมีความคืบหน้าไม่มากนัก ขณะเดียวกันหลังมีรัฐบาลชุดใหม่และการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เกิดการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ ทำให้ภาคประชาสังคมเห็นความจำเป็นที่จะต้องผลักดันข้อเสนอจากประชาชนเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยภาคประชาสังคมได้เชิญ ตัวแทนพรรคการเมืองชายแดนใต้ มารับฟังข้อเสนอกันอย่างพร้อมเพรียง เช่น 1.นายนัจมุดดิน อูมา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม
2.นายอาหมัดบูรฮัน ติพองพรรคเพื่อไทย 3.นายสาเหะมูหาหมัด อัลอิดรุส ส.ส.ปัตตานีเขต 5พรรคภูมิใจไทย 4. นายคอซีย์ มามุ ส.ส.เขต 2 ปัตตานีพรรคภูมิใจไทย 5. นายซารีฟุดดีน สารีมิง ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ 6.นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.พรรคประชาชน 7.นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลาเขต 3 พรรคประชาชาติและ 8. นายบูรฮันธ์ สาเมาะ ส.ส.ปัตตานีเขต 3 พรรคภูมิใจไทยมาร่วมรับข้อเสนอ

Advertisement

สำหรับข้อเสนอครั้งนี้ มีการรวบรวมข้อเสนอจาก 28 องค์กรและเครือข่าย ครอบคลุม 16 ประเด็น
เพื่อส่งต่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ชายแดนใต้และส่วต่อถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นำไปพิจารณาและผลักดันเป็นนโยบายต่อไป ดังนี้

16 ข้อเสนอเชิงนโยบายชายแดนใต้
1. กระบวนการสันติภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติภาพให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้ประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย2. ความมั่นคงที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางปรับแนวทางการแก้ปัญหาความมั่นคงให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ลดการใช้อำนาจที่กระทบสิทธิประชาชน และสร้างกลไกความปลอดภัยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
3. เศรษฐกิจและการสร้างโอกาสในพื้นที่ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างงานและรายได้ ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และศักยภาพชายแดนใต้
4. วัฒนธรรม อัตลักษณ์ และความหลากหลายคุ้มครองและส่งเสริมอัตลักษณ์มลายู ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่ พร้อมสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ปลอดภัยและเท่าเทียม
5. เด็กและเยาวชนกับการสร้างสันติภาพเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ พัฒนา “เยาวชนผู้นำการเปลี่ยนแปลง” และมีมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการละเมิดสิทธิ รวมถึงคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองและวัฒนธรรม รวมถึงการอยู่ร่วมในด้านพหุวัฒนธรรม
6. สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และภัยพิบัติพัฒนาระบบเตือนภัยและการจัดการภัยพิบัติระดับพื้นที่ ฟื้นฟูป่า แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการ อ่าวปัตตานี และบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส
7. ชุมชนเข้มแข็ง “สันติภาพกินได้”สร้างสันติภาพจากฐานราก โดยใช้พลังชุมชน สภาซูรอ มัสยิด และธรรมนูญหมู่บ้าน พร้อมเสนอ “7 เสาหลักสันติภาพชายแดนใต้” ตั้งแต่การเมืองนำการทหาร การกระจายอำนาจ ไปจนถึงพื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรมและดิจิทัล
8. ครอบครัว สตรี และการป้องกันความรุนแรงจัดตั้งกลไกช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พัฒนางานด้านสตรี เยาวชน และครอบครัวในโครงสร้างองค์กรศาสนา รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมมากขึ้น
9. การศึกษาเพื่อโอกาส ความเสมอภาค และสันติภาพปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทชายแดนใต้ พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและสันติศึกษา รวมถึงผลักดันพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox)
10. การเมือง การปกครอง และการกระจายอำนาจปฏิรูปโครงสร้างการบริหารและการกระจายอำนาจให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ รวมถึงพัฒนารูปแบบการเมืองการปกครองที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

11. การสื่อสารและการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารส่งเสริมการสื่อสารหลายภาษา พัฒนาทักษะรู้เท่าทันสื่อ ป้องกัน Hate Speech และข้อมูลบิดเบือน พร้อมเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่สร้างความเกลียดชังหรือกล่าวหาบุคคลโดยไม่มีหลักฐาน
12. การเยียวยาและสร้างความเป็นธรรมพัฒนาระบบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และเศรษฐกิจ จัดทำฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และเสนอศูนย์เยียวยาระดับตำบล รวมถึงกองทุนฟื้นฟูและเยียวยาที่เป็นธรรม
13. ผู้หญิงและความเท่าเทียมทางสังคมเสริมบทบาทผู้หญิงในกระบวนการสันติภาพและการกำหนดนโยบาย สนับสนุนองค์กรสตรี และสร้างระบบคุ้มครองผู้หญิงกลุ่มเปราะบาง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงอย่างมีความหมาย
14. กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนทบทวนกฎหมายพิเศษและมาตรการที่กระทบสิทธิประชาชน ยกระดับการตรวจสอบการใช้อำนาจ พัฒนากลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระ ทบทวนระบบ Black List และการตรวจ DNA รวมถึงคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม และผลักดันมาตรการ Anti-SLAPP
15. ศาสนากับการสร้างความไว้วางใจและสันติสุขส่งเสริมบทบาทศาสนาในการสร้างความเข้าใจระหว่างรัฐกับประชาชน และสร้างความสมดุลในการดูแลประชาชนในสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งชุมชนพุทธและมุสลิม พร้อมเสนอแนวคิด “พันธสัญญาพลเมืองมุสลิมมลายูไทยกับภาครัฐ” อยู่ร่วมอย่างพหุวัฒนธรรม
16. สุขภาพและสุขภาวะองค์รวมพัฒนาระบบดูแลสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะการเยียวยาสุขภาพจิตหลังเกิดความรุนแรงหรือภัยพิบัติ รวมถึงระบบเฝ้าระวังสุขภาพของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาสรุปภาพรวม
ทั้ง 16 ประเด็นมุ่งให้การแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องความมั่นคง แต่ครอบคลุม สันติภาพ เศรษฐกิจ การศึกษา สิทธิ อัตลักษณ์ สิ่งแวดล้อม การกระจายอำนาจ การเยียวยา และคุณภาพชีวิต โดยต้องการให้ข้อเสนอจากภาคประชาชนถูกส่งต่อไปสู่รัฐบาล รัฐสภา และพรรคการเมือง เพื่อพัฒนาเป็นนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง