หน้าแรก ภูมิภาค ปิดฉากล่า 6 ว...

ปิดฉากล่า 6 วัน! จับได้แล้ว ผู้ต้องหาสะเดาะกุญแจหนีศาลสมุย ซ่อนตัวบนเขา แต่ทนหิวไม่ไหว

21.09.26 | 17:26 น.

ด่วน! รวบแล้ว “ไอ้เต๋า” ผู้ต้องหาหลบหนีศาลเกาะสมุย ซ่อนตัวบนเขา ก่อนจนมุมตำรวจ


ปิดฉากการไล่ล่านาน 6 วัน! เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด นำกำลังปิดล้อมจับกุม “นายเต๋า” ผู้ต้องหาหลบหนีการควบคุมตัวจากศาลจังหวัดเกาะสมุย หลังสะเดาะกุญแจมือแล้วหนีไปกบดาน ใช้ชีวิตอยู่บนสันเขาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดแอบลงเขามาหาอาหารกินจนมุมตำรวจ เผยคำให้การสุดมึน อ้างไม่ได้ตั้งใจหนี และจำไม่ได้ว่าโดนคดีอะไร ด้านตำรวจชี้ผู้ต้องหาสติไม่สมบูรณ์ และคำให้การขัดกับความเป็นจริง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุผู้ต้องหาหลบหนีการควบคุมตัวบริเวณศาลจังหวัดเกาะสมุย เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยอาศัยช่วงจังหวะสะเดาะกุญแจมือหลบหนีไปนั้น ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด พร้อมด้วย อส.ตร. และพลเมืองดีในพื้นที่ที่ช่วยแจ้งเบาะแส ได้ร่วมกันปิดล้อมและสามารถติดตามจับกุมตัว นายวรินทร หรือ “เต๋า” ผู้ต้องหา รายนี้กลับมาดำเนินคดีได้สำเร็จ

พ.ต.ท.บุญเชิด มณีชัย สวป.สภ.บ่อผุด เปิดเผยว่า ชุดจับกุมได้บูรณาการกำลังออกติดตามตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาได้เดินหลบหนีไปตามเส้นทางธรรมชาติและใช้ชีวิตซ่อนตัวอยู่บนสันเขามาตลอดหลายวัน จนกระทั่งได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาแอบลงมาจากเขาเพื่อมาหาอาหารกิน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย แม้ช่วงแรกจะคลาดกันไปเพียงประมาณ 5 นาที แต่ก็สามารถติดตามกดดันจนจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด พร้อมนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ่อผุด และรายงานให้ พ.ต.อ.กัณต์ชวิศ โพธิ์ประสิทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด รับทราบ

Advertisement

จากการสอบถาม นายวรินทร หรือ “เต๋า” ผู้ต้องหาคดีหลบหนีการควบคุมตัวขณะนำส่งศาลจังหวัดเกาะสมุย ยังคงให้การสับสน อ้างว่าจำไม่ได้ และยืนยันว่าตนเอง “ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย” จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องถามย้ำถึงชื่อ-นามสกุลจริง เจ้าตัวจึงยอมรับว่าชื่อนายวรินทร หรือเต๋า แต่ก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่เคยโดนคดีความใดๆ มาก่อน

สำหรับการหลบหนีออกจากศาลนั้น นายเต๋ารับว่าจำเหตุการณ์ตอนถูกควบคุมตัวไปศาลได้ แต่ปฏิเสธว่า “ไม่ได้ตั้งใจหลบหนี” พร้อมอ้างว่าเครื่องพันธนาการหรือกุญแจมือเกิดหลุดออกมาเอง เมื่อเห็นกุญแจมือหลุดจึงตัดสินใจวิ่งหนี ส่วนเส้นทางในการหลบหนี ได้ใช้วิธีการเดินเท้าหลบหนีไปตามเส้นทางธรรมชาติ บนสันเขาและป่าภูเขา โดยไม่ได้รับประทานอาหารเลยสักมื้อ และอ้างว่าได้เดินทางกลับมาแอบซ่อนตัวนอนพักอยู่ที่บ้านตนเองเป็นเวลาหลายวันจนกระทั่งถูกจับกุม

ช่วงท้ายของการสอบถาม เจ้าหน้าที่ได้ย้ำเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่นายเต๋ายังคงแสดงท่าทางมึนงง และอ้างว่าตนเองไม่ทราบจริงๆ ว่าทำไมถึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัว

พ.ต.ท.บุญเชิด มณีชัย สวป.สภ.บ่อผุด กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้บูรณาการกำลังร่วมกันหลายชุดออกติดตามอย่างกระชั้นชิด ในช่วงที่หลบหนี ผู้ต้องหาได้ใช้ชีวิตเร้นกายอยู่บนภูเขาตลอดเวลา ทำให้การติดตามเป็นไปอย่างยากลำบาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้กดดันและเข้าจับกุมตัวได้ ทั้งนี้ จากการสังเกตพฤติกรรมและพูดคุยพบว่าผู้ต้องหา “สติไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่” ส่งผลให้คำให้การมีความสับสนและปฏิเสธข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ชี้แจงประเด็นที่ผู้ต้องหาอ้างว่าหลบหนีกลับมานอนพักและกินข้าวที่บ้านเป็นเวลาหลายวัน โดยจากการลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ที่บ้านพักของผู้ต้องหาล่าสุด พบว่าผู้ต้องหาแอบเข้ามากินข้าวที่บ้านจริง แต่เจ้าหน้าที่ไปถึงคลาดกับผู้ต้องหาเพียงประมาณ 5 นาทีเท่านั้น

จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านอย่างละเอียด พบเพียงคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวนอนอยู่ ไม่พบผู้ต้องหานอนพักอาศัยอยู่ในบ้านตามที่กล่าวอ้าง ทางตำรวจจึงขอยืนยันว่า คำให้การของผู้ต้องหาในเรื่องการกลับมากบดานนอนพักที่บ้านเป็นเวลาหลายวันนั้น “ไม่เป็นความจริง”