ด่านแม่สายชุลมุน สัญจรติดขัด เมียนมาจัดระเบียบภายใน เข้มรถบรรทุกสินค้าไทยข้ามแดน
ด่านแม่สาย – เมื่อวันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสัญจรผ่านด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย กับ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ในห้วงระยะ 2-3 วันนี้เป็นไปด้วยความลำบาก
การสัญจรติดขัดและเกิดการชุลมุนขึ้นในช่วงเช้าของแต่ละวัน ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นภายหลังทางการเมียนมาได้มีการเข้มงวดไม่ให้รถยนต์ตู้ รถยนต์บรรทุก และรถสามล้อบรรทุกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ผักสดและผลไม้ จากฝั่งไทยข้ามกลับไปในประเทศ ทำให้ประชาชนชาวเมียนมาในจังหวัดท่าขี้เหล็ก จึงต้องใช้วิธีใช้รถเข็ญและกำลังมาแบกและหิ้วสินค้าเพื่อข้ามด่านแทน
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ทางการเมียนมามีการจับรถบรรทุกสินค้าเป็นรถยนต์ตู้และรถยนต์ 3 ล้อจำนวน 25 คัน บรรทุกสินค้าผักสด ผลไม้และเนื้อแช่แข็ง ประมาณ 12 ตัน โดยอ้างว่าไม่ได้มีการชำระภาษีท้องถิ่นก่อนที่จะนำสินค้าที่ยึดไปฝังทำลาย ทำให้รถบรรทุกต่างๆ ไม่กล้าที่จะบรรทุกสินค้าข้ามแดน
จึงหันมาว่าจ้างแรงานในการแบกขนสินค้าข้ามแดนแทน ประกอบกับสินค้าที่ขาดแคลนทำให้สินค้าประเภทพืชผักผลไม้และเนื่อสัตว์ ซึ่งกว่าร้อยละ 70 ถูกนำเข้าไปจากฝั่งไทยเริ่มขาดแคลน ทำให้สินค้าแต่ละมีราคาปรับสูงขึ้นเกือบเท่าตัว แม้กระไข่ไก่มีรายงานว่าพุ่มสูงไปฟองละถึง 10 บาท
ทำให้ประชาชนบางส่วนหันเดินทางมาข้ามด่านเพื่อซื้อสินค้าไปกักคตุนเพื่อใช้ครัวเรือนเอง จึงทำให้เกิดการสัญจรที่คับคั่งและชุลมุนดังกล่าว ส่วนมากจะเป็นช่วงเวลาเช้าหลังเปิดด่านในเวลา 06.00 น.
จากการสอบถาม ผู้ค้าส่งประเภทผักสดและผลไม้ ในตลาดบุญยืน บอกว่า มาตรการการเข้มงวดนำเข้าสินค้าสินของเมียนมาทำให้การค้าขายซบเซาลงไปกว่าร้อยละ 50 เพราะลูกค้าส่วนมากจะเป็นชาวเมียนมาที่ซื้อสินค้าไปบริโภคและจำหน้าย ขณะที่แม่ค้าปลีกประเภทผักสดและผลไม้กล่าวยอมรับว่าลูกค้าช่วงนี้บางวันก็ขายได้น้อยลง แต่ยังชี้ชัดไม่ได้เกิดจากมาตรการของทางการเมียนมาหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีช่วงที่ขายสินค้าดีและขายไม่ดีขึ้นอยู่ความต้องการและภาวสะเศรษฐกิจด้วย แต่เมียนมาก็ไม่ได้ห้ามนำเข้าเลยทีเดียวทำให้ไม่น่าจะมีผลเท่าไหร่นักสำหรับผู้ค้าปลีก เพราะชาวเมียนมาก็ยังมาซื้อแล้วหิ้วกับประเทศได้ แต่จะนำกลับไปคราวละมากๆ เป็นตันเหมือนก่อนก็คงทำได้ลำบาก ซึ่งผู้ค่าส่วงอาจจะมีผลกระทบอยู่อยู่ แต่หากสถานการณืยังเป็นเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบในระยะยาวหรือไม่
จากการสอบถามถามทาง แหล่งข่าวด้านธุรกิจการค้าตามแนวชายแดนแม่สาย ระบุว่า ทางการเมียนมาไม่ได้มีการห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระเบียบภายในของทางเมียนมาเอง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับไทย เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ขนสินค้า และจัดระบบสินค้าบางประเภทเผื่อไม่ให้กระทบกับการจำหน่ายหรือผลิตสินค้าภายในประเทศเมียนมา โดยเฉพาะสินค้าประเภทสินค้าแช่แข็งที่ทางเมียนมาหก็มีการผลิตเช่นเดียวกัน จึงไม่ให้มีการห้ามนำเข้าในปริมาณมากๆ แต่ประชาชนสามารถที่จะนำไปใช้บริโภคภายในครัวเรือนได้ แต่มาตรการดังกล่าวก็ไม่ได้กำหนดจะมีการเข้มงวดเป็นระยะเวลาเท่าไหร่หรืออาจจนกว่าจะมีการจัดระบบระเบียบภายในให้ชัดเจนก่อนอาจมีการข้อกำหนดในการอนุญาตนำเข้าสินค้าแต่ละประเภทออกมาอีกครั้ง
ซึ่งไม่เพียงสินค้าประเภทสินค้าภายในครัวเรือนเท่านั้น ยังมีรายงานว่าทางเมียนมาเองยังมีการห้ามนำสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากประเทศไทย ไปจำหน่ายโดยตรงหรือเปิดให้บริการในลักษณะอื่นๆ หากพบมีการลักลอบก็อาจเข้าข่ายความผิดของทางการเมียนมาได้














