แพทย์เตือน! เห็ดผุดกลางป่า ไม่รู้จักอย่าเก็บ สคร.9เผย 4 จว.อีสานล่าง กินเห็ดพิษป่วย335ราย-ดับ1 และอย่าทดสอบเห็ดพิษด้วยความเชื่อผิดๆ
เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงหน้าฝนมักจะมีเห็ดป่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพราะเป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด จะมีทั้งเห็ดกินได้และเห็ดพิษซึ่งมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะเห็ดในระยะดอกตูมจะมีลักษณะคล้ายกันจนไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า ทำให้หลายคนเข้าใจผิด นำเห็ดพิษมาประกอบอาหารโดยไม่ตั้งใจ จนอาจนำไปสู่อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
ซึ่งสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ด ในเขตสุขภาพที่ 9 กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา รายงานข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ถึง 1 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากเห็ด จำนวน 335 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด เรียงลำดับพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากมากไปน้อย พบว่า จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 188 ราย เสียชีวิต 1 ราย รองลงมา จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 65 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต , จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 58 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต และจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 24 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และอายุที่พบว่าป่วยมากที่สุดคือ อายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 55-64 ปี ส่วนอาชีพที่พบป่วยมากที่สุด คือ เกษตรกรปลูกพืชไร่และพืชผัก
ซึ่งหากเก็บเห็ดพิษมาปรุงอาหารโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้เกิดอาการตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว ไปจนถึงอาการรุนแรง เช่น ตับวาย ไตวาย และอาจเสียชีวิตได้ จึงเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่นิยมเก็บเห็ดป่ามารับประทาน หากเป็นเห็ดที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจว่าเป็นเห็ดชนิดใด ไม่ควรเก็บ ไม่ควรซื้อ และไม่ควรนำมารับประทาน ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายจากเห็ดพิษ รวมทั้ง อย่าหลงเชื่อวิธีทดสอบเห็ดพิษตามความเชื่อพื้นบ้าน เช่น การต้มเห็ดกับข้าวสาร หอมแดง หรือกระเทียมแล้วสังเกตการเปลี่ยนสี , การใช้ช้อนหรือเครื่องเงินจุ่มในหม้อต้มเห็ด หรือการสังเกตว่าเห็ดมีรอยแมลงหรือสัตว์กัดกิน เพราะวิธีเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเห็ดนั้นมีพิษหรือไม่ และการปรุงเห็ดให้สุกก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย เนื่องจากสารพิษในเห็ดบางชนิดทนต่อความร้อน จึงไม่ควรดุแค่รูปร่าง สี หรือประสบการณ์ในการเก็บเห็ด มาตัดสินว่าเห็ดนั้นปลอดภัย
และหากกินเห็ดแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว อย่าล้วงคอหรือกินไข่ขาวดิบเพื่อกระตุ้นให้อาเจียน เพราะอาจทำให้เกิดการสำลักและเกิดอันตรายได้ แต่ควรรีบไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการ พร้อมกับแจ้งประวัติการกินเห็ด และหากมีตัวอย่างเห็ดที่เหลือจากการประกอบอาหารหรือมีภาพถ่ายเห็ด ควรนำไปให้แพทย์ประกอบการวินิจฉัย และให้แจ้งผู้ที่กินเห็ดจากแหล่งเดียวกันให้สังเกตอาการด้วย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


