น้ำมาเร็วเกินตั้งตัว! ชาวบางบาล อยุธยา ลุยน้ำขุดหน่อกล้วยหนี หลังน้ำขึ้นแค่ข้ามคืน
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้ ปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองสายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอีกเฉลี่ย 20-60 เซนติเมตร
โดยพบว่า ที่ คลองบางหลวง(คลองโผงเผง) บ้านบางหลวงโดด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 44 เซนติเมตร แม่น้ำน้อย บริเวณสะพานหัวเวียง ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอีก 26 เซนติเมตร
ส่วนที่บริเวณ หน้าตลาดเสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำ เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน อีก 22 เซนติเมตร ปัจจุบันต่ำกว่าตลิ่ง ขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฝ้าระวังเนื่องจากเขื่อนป้องกันน้ำท่วมยังซ่อมแซมไม่เสร็จ

จากการลงพื้นที่ ในชุมชน ม.2 ต.บางหลวง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ติดกับคลองบางหลวงที่รับน้ำมาจากแม่น้ำน้อย พบว่าน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชน ส่งผลทำให้ สวนกล้วยหอม สวนพริก ถูกน้ำท่วม สูงประมาณ 90 ซม. ชาวบ้านเร่งขนย้ายข้างของขึ้นที่สูง ขุดหน่อกล้วยหอม ตัดกล้วยหอม หนีระดับน้ำที่ขึ้นสูงอย่างต่อเนืองก่อนที่จะเกิดความเสียหาย เพียงแค่คืนนี้น้ำขึ้นสูงถึง90 ซม. ชาวบ้านบอกปกติน้ำจะมาช่วงกลางเดือนสิงหาคม แต่ปีนี้นำมาช้าแต่ท่วมเร็วมากเพียงแค่ข้ามคืน
นางผ่องศรี เนื่องชัยยศ อายุ 66 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ที่มีรายได้จากการทำเกษตรกรปลูกกล้วย กำลังลุยน้ำที่เข้าท่วม บริเวณบ้านหลังถูกน้ำท่วม ตัดต้นกล้วย เพื่อเก็บ หน่อกล้วยหอม หน่อกล้วยไข่ ที่ปลูกในพื้นที่บริเวณบ้านเพื่อเก็บไว้เพราะพันธุ์ต่อได้หลังน้ำลด เพื่อลดต้นทุนในการไปหาซื้อใหม่
นางผ่องศรี เล่าว่า ตนเร่งขุดหน่อกล้วยที่ถูกน้ำท่วม ไว้ปลูกใหม่อีกครั้งหลังน้ำลด เนื่องจากตอนแรกพอทราบข่าวแจ้งว่าจะมีการระบายน้ำก็เตรียมจะขุดหน่อเก็บไว้ แต่เมื่อวานน้ำยังไม่ท่วม พอมาวันนี้จะขุดเช้ามาน้ำก็ขึ้นสูงท่วมเมื่อวานน้ำยังไม่ท่วม น้ำมาขึ้นตอน 3 – 4 ทุ่ม ก็ขึ้นมาเรื่อยๆตอนนี้ก็เกือบ 1 เมตรแล้ว เช้าตื่นมาตกใจ ก็เลยต้องรีบลุยขุดกันในน้ำ หน่อเก็บไว้ปลูกใหม่ ถ้าไปหาซื้อใหม่ ต้นทุนหน่อละ 20 บาท รวมๆ ก็หลายบาท สู้ลุยน้ำตัดไว้เลย เพราะถ้าปล่อยแช่น้ำไว้ก็เน่าเสียหาย
กล้วย มะละกอ ที่ปลูกไว้พอว่าจะโตขายได้เงินบ้างก็ท่วมเสียหายหมด ตอนนี้ลุยตัดเท่าที่ได้ ต้องรีบตัดหนีน้ำ เหนื่อยก็เหนื่อยแต่ทำไงได้ เรามีอาชีพเกษตรกรรายได้จากตรงนี้ น้ำท่วมบอกเลยไม่คุ้ม ถ้าเราขายได้ต้องมีเป็นหมื่น แต่ถ้าชดเชย ชดเชย แค่ 1,000 บาท ไม่คุ้มกับพืชผลที่เสียหาย





