จังหวัดอุทัยธานี แม่ค้าส้มตำยิ้ม รัฐต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัสให้อีก 2 เดือน เผยได้เงินโครงการมาช่วยลดต้นทุนซื้อของขายทำให้พอประคองตัวไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจซบเซา หลังกำลังคนซื้อลดฮวบจนต้องลดปริมาณไก่ย่างจากวันละ 20 โล เหลือวันละไม่ถึง 10 โล
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าอยู่ภายในตลาดสดในเขตเทศบาลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ถึงสถานการณ์การซื้อขายในปัจจุบัน รวมถึงความคิดเห็นต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกำลังจะขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก 2 เดือน เพื่อสะท้อนถึงผลของมาตรการช่วยเหลือต่อประชาชนและผู้ค้ารายย่อย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว
โดยนางชนิดา แก้วเกตุ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านส้มตำ กล่าวว่า เงินจากโครงการช่วยลดภาระต้นทุนในการประกอบอาชีพได้จริง อย่างตนเองนั้นสามารถนำไปซื้อวัตถุดิบและของแห้งที่จำเป็นสำหรับร้าน อาทิ ข้าวเหนียว ข้าวสาร น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย ทำให้ลดการใช้เงินทุนส่วนตัวลง สำหรับยอดขายของร้านส้มตำ แม้ประชาชนจะได้รับเงินจากโครงการ แต่ยังไม่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เลือกนำเงินไปซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากกว่า ขณะที่การซื้ออาหารปรุงสำเร็จยังเป็นการใช้จ่ายตามปกติ
ส่วนการขยายโครงการออกไปอีก 2 เดือน โดยให้ความช่วยเหลือเดือนละ 500 บาทนั้น นางชนิดาเห็นว่า หากยังได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาทเช่นเดิมจะช่วยลดภาระได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนเงินจะลดลงเหลือเดือนละ 500 บาท แต่ยังถือว่าเป็นประโยชน์และดีกว่าไม่ได้รับ
สถานการณ์การค้าขายในปัจจุบัน ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยยอดขายลดลงจนต้องปรับลดปริมาณการสั่งวัตถุดิบ จากเดิมที่เคยสั่งเนื้อไก่ประมาณ 15-20 กิโลกรัม ปีกไก่ประมาณ 5 กิโลกรัม และตับประมาณ 5 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเนื้อไก่ประมาณ 5 กิโลกรัม โครงไก่ประมาณ 5-6 ตัว ตับประมาณ 3 กิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในตอนนี้


