หน้าแรก ภูมิภาค อยุธยาเร่งเสร...

อยุธยาเร่งเสริมแนวป้องกัน วัดกษัตราธิราช–วัดไชยวัฒนาราม เหลือระดับน้ำ 30 ซม.ถึงตลิ่ง

24.09.26 | 15:25 น.

อยุธยาเร่งเสริมแนวป้องกัน วัดกษัตราธิราช–วัดไชยวัฒนาราม เหลือระดับน้ำ 30 ซม.ถึงตลิ่ง


เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำสาขาหลายแห่งปรับตัวสูงขึ้น โดยพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมมาตรการป้องกันพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะโบราณสถาน

ที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง โดยระดับน้ำเหลืออีกประมาณ 30 เซนติเมตร จะถึงระดับตลิ่งชั้นนอกของวัด

พระสงฆ์ สามเณรของวัดกษัตราธิราชวรวิหารกว่า 30 รูป พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เร่งติดตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมแบบน็อกดาวน์บริเวณชั้นในของวัด ระยะทางประมาณ 120 เมตร ความสูง 1.90 เมตร เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าพื้นที่สำคัญภายในวัด พร้อมทดสอบเดินเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง เพื่อเตรียมรับมือกรณีมีน้ำไหลซึมเข้าพื้นที่

Advertisement

พระเทพวัชรจริยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร พร้อมด้วยนางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ร่วมติดตามสถานการณ์และการติดตั้งแนวป้องกัน

ส่วนที่โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ติดตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมสำเร็จรูป ความสูง 1.90 เมตร ตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 165 เมตร รวม 138 แผ่น พร้อมวางผ้าใบและแนวกระสอบทรายเพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกัน

นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบอัตโนมัติ เพื่อสูบน้ำทันที หากมีน้ำบางส่วนรั่วซึมผ่านแนวบังเกอร์เข้ามาภายในโบราณสถาน ขณะที่คนงานเร่งกรอกกระสอบทรายเตรียมไว้สำหรับเสริมแนวป้องกัน หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จากการตรวจสอบระดับน้ำบริเวณวัดไชยวัฒนาราม พบว่าเหลืออีกประมาณ 30 เซนติเมตรจะถึงระดับตลิ่งชั้นนอกของโบราณสถาน โดยแนวบังเกอร์ดังกล่าวเคยนำมาใช้ป้องกันน้ำท่วมในช่วงที่ระดับน้ำสูงกว่าปัจจุบันมาแล้ว และยังมีความมั่นคงแข็งแรง

ขณะที่บรรยากาศภายในโบราณสถานวัดไชยวัฒนารามยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าชมตามปกติ ถนนและเส้นทางสายหลักที่เข้าสู่พื้นที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้

นางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยายังคงมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา รวมถึงพื้นที่ ต.บ้านใหม่ ต.คลองตะเคียน และ ต.ภูเขาทอง มีประชาชนประมาณ 50 ครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำ

สำหรับพื้นที่โบราณสถาน อ.พระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับกรมศิลปากร เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งแนวป้องกันน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่สำคัญ

นอกจากนี้ได้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ พร้อมกำชับให้ดูแลผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ โดยทางอำเภอมีข้อมูลกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง หากสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้น