หน้าแรก ภูมิภาค ชาวเขื่อนลำปา...

ชาวเขื่อนลำปาว ไม่หวั่น ‘ปลาหมอคางดำ’ ลั่น เจอเมื่อไหร่จะจับทำปลาร้าให้หมด

24.09.26 | 19:04 น.

ชาวเขื่อนลำปาวตอนบนไม่หวั่นปลาหมอคางดำมีด่านสะดุ้งยักษ์จับทำปลาร้า

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่ลุกลามเข้าสู่พื้นที่เขื่อนลำปาว โดยเฉพาะในโซนเขื่อนลำปาวตอนบน ครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีธาตุ และอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี รวมถึงตลอดแนวลำน้ำปาวและลำน้ำสาขา


จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ นายทรงพล ประดิษฐ์ด้วง นายอำเภอศรีธาตุ พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ให้ข้อมูลพื้นฐานว่า จุดสำคัญของพื้นที่ดังกล่าวคือบริเวณเขื่อนลำปาว บ้านหนองกุงปาว หมู่ 4 ตำบลนายูง ซึ่งเป็นจุดบรรจบที่ “ลำน้ำปาว” ไหลลงสู่เขื่อน

สำหรับลำน้ำปาวสายนี้ ไหลมาจาก “หนองหานกุมภวาปี” ผ่านพื้นที่รวม 9 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลตาดทอง, ตำบลห้วยโปร่ง, ตำบลจำปี, ตำบลศรีธาตุ และตำบลนายูง นอกจากนี้ ยังมีลำห้วยสาขาอีกหลายสายที่เชื่อมต่อและไหลลงสู่เขื่อนลำปาว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเฝ้าระวังและสำรวจผลกระทบอย่างใกล้ชิด

Advertisement

นายทรงพล ประดิษฐ์ด้วง นายอำเภอศรีธาตุ พร้อมผู้นำชุมชน เดินทางไปสำรวจจุดแรกที่สะพาน 2 อ.ศรีธาตุ – อ.ท่าคันโท สร้างโดย อบจ.อุดรธานี เป็นสะพานข้ามลำน้ำปาว เขตแดนติดต่อของ 2 จังหวัด พบในลำน้ำทั้ง 2 ข้าง มีแพสะดุงยักษ์ และสะดุ้งยักษ์ จอดในลำน้ำ หรือติดตั้งริมฝั่ง รวมแล้วมากกว่า 15 ลำ/จุด ลักษณะเกือบจะกั้นลำน้ำไว้ เพื่อจับปลากันมาตั้งแต่ต้นฤดู ทำกับแบบทั้งกลางวันกลางคืน โดยคืนที่ผ่านมีชาวประมงหาปลาเพียง 1 ลำ ได้ปลาพื้นเมืองเอาไปขายแล้ว 4-5 กก. และยังไม่ขายอีก 2 กก. รวมทั้งปลาตาต่ำ หรือลูกครึ่งปลาบึกกับปลาสวาท 1 ตัว ตัวละ 3 กก. แต่ไม่พบปลาหมอคางดำ

นางวรารัตน์ น้อยนิล อายุ 55 ปี ชาวประมงแพสะดุ้งยักษ์ บ.ศรีธาตุ ทต.ศรีธาตุ อ.วังสามหมอ กล่าวว่า ประกอบอาชีพหาปลามากว่า 20 ปี ปลาส่วนใหญ่ก็คือปลาท้องถิ่นทั่วไป รูกจักปลาหมอคางดำจากข่าวในโทรทัศน์ ต่างจากปลานิลก็คือคางดำ เห็นแล้วก็แยกออกได้ แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง หรือเคยจับได้ที่นี่ คอยเฝ้าดูอยู่ก็ยังไม่เห็น มันยังไม่น่าจะขึ้นมาถึงแถวนี้ ถ้าจับได้ก็จะเอาไปกิน มื้อแรกก็จะเอาไปย่างกิน

จากนั้นเดินทางไปที่สะพานข้ามลำน้ำกอกและลำน้ำโพธิ์ ลำน้ำสาขาของเขื่อนลำปาว 2 สะพานบนถนน อ.ศรีธาตุ-อ.วังสาหมอ ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ พบว่าในลำห้วยทั้ง 2 สะพาน ที่อยู่ต่ำกว่าถนนมาก ก็เต็มไปด้วย “สะดุ้งยักษ์” สร้างติดกับชายฝั่ง โดยสร้างที่พัก และสะพานไม้ไผ่ สูงจากลำน้ำหลายเมตร มีจำนวนมากตั้งสลับกับเป็นฟันปลา นอกจากนี้ยังมีสะดุ้งขนาดต่างๆ สร้างไว้ตลอดลำห้วยสาขา ถ้าหากสะดุ้งทั้งหมดยกขึ้นพร้อมกัน ปลาที่ผ่านมาก็จะถูกจับขึ้นเกือบครึ่ง แต่วันนี้ฝนไม่ตกและน้ำลดลงจึงไม่มีคนมาจับปลา

นายทรงพลกล่าวว่า อ.ศรีธาตุ ยังไม่มีประมงอำเภอ จึงต้องรับบทบาทในการตรวจสอบในพื้นที่ หลังจากได้รับรายงานจากประมงจังหวัด ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมกันเฝ้าระวังและตรวจสอบตามแหล่งน้ำในพื้นที่ทั้งหมด หากพบให้รีบรายงานผ่านเข้ามาทุกช่องทาง เบื้องต้นได้ส่งภาพตัวอย่างและข้อมูลผ่านทางผู้นำชุมชน เพื่อทำความเข้าใจให้ชาวบ้าน ได้รู้ถึงต้นตอและสาเหตุของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หากพบปลาชนิดนี้อยู่ในแหล่งน้ำ

ผู้สื่อข่าวเดินทางต่อไปยัง สะพานวังสามหมอ-ท่าคันโท หรือสะพานไหลหลอด สะพานข้ามเขื่อนลำปาว จาก บ.โคกสะอาด ต.หนองหญ้าไซ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ไปยัง บ.ดงบัง ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสะพานสร้างโดยกรมโยธาธิการ เมื่อปี 2543 หรือ 26 ปีมาแล้ว มีความยาวราว 500 เมตร บนผิวน้ำในเขื่อนลำปาวตลอด 2 ข้างสะพาน เต็มไปด้วยแพสะดุ้งขนาดต่างๆ ติดตั้งหรือจอดเรียงรายรวมแล้วมากกว่า 100 ลำ/จุด โดยปลาที่หาได้จะนำไปขายที่ ตลาดท่าปลาไหลหลอด บ.ดงบัง

นายหำ และ นางเพ็ง เจ้าของร้านแม่เพ็งปลาส้ม ตลาดท่าไหลหลอด หรือตลาดบ้านดงบัง ริมสะพานวังสามหมอ-ท่าคันโท ข้ามเขื่อนลำปาว ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธ์ บอกว่าทำประมง และเปิดร้านรับซื้อขายปลาที่นี่มาตลอดชีวิต เป็นศูนย์รวมของปลาจากอุดรธานีและกาฬสินธุ์ เดิมรถยนต์ข้ามไปมา บ.โคกสะอาด ต.หนองหญ้าไซ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี กับบ้านดงบัง ด้วยแพขนานยนต์ และตอนนั้นตลาดก็ชื่อว่าตลาดท่าไหลหลอด เพราะมีการวัดความลึกของน้ำกลางเขื่อน ด้วยการเอาหลอดได้กี่ทอผ้า ได้ความลึกเท่ากับหลอดได้พอดี

“ชาวประมงในเขื่อนจะใช้แพสะดุ้งจับปลา ปลาที่ได้จะเป็นปลาพื้นบ้าน ปลาขาว, ปลาเนื้ออ่อน, ปลาสร้อย และอื่นๆ อีกทั้งยังมีปลาตาต่ำ หรือลูกผสมปลาบึกกับปลาสวาย และมีปลานิลบ้าง แล้วก็เอามาขายที่ตลาด พ่อค้าแม่ค้านำมาขายต่อ มีทั้งปลาสดๆ สั่งซื้อล่วงหน้า และการมาเลือกซื้อเอง นอกจากนี้และแปรรูปเป็น ปลาส้ม, ปลารมควัน, ปลาแห้ง, ปลาร้า และอื่นๆ แต่ยังไม่มีชาวประมงนำปลาหมอคางดำมาขายให้ ไม่เคยเห็นตัวปลาหมอคางดำ เห็นแต่ในข่าวและรูปเท่านั้น”

เจ้าของร้านแม่เพ็งปลาส้มบอกด้วยว่า ปลานิลต่างจากหมอคางดำมาก แค่เห็นก็แยกกันออกได้ไม่ยาก ปลาหมอคางดำจะแบนกว่า-เนื้อน้อย-คางหย่อนและดำ รับแจ้งจากประมงและดูตามข่าว พบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว แต่ก็อยู่แถบประตูเขื่อนฯ ใกล้ที่สุดก็น่าจะห่างจากเราหลายสิบ กม. ทั้งชาวประมงและพ่อค้าแม่ค้าเฝ้าดูยังไม่เห็น น่าจะยังเดินทางมาไม่ถึง หากมาถึงก็ไม่กลัว จะจับมากิน จับมาขาย จับทำเป็นปลาตากแห้ง และจับยังใส่ให้ปลาร้าให้หมด