คลินิกดัง แจงปมร้อยไหมจมูก ยันไม่ใช่เส้นเอ็น เป็นไหมทางการแพทย์ ลั่นไม่ใช่หมอเถื่อน พร้อมรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พัทลุง กรณีมีผู้เสียหายร้องเรียนคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ้างว่าเข้ารับบริการร้อยไหมจมูก ก่อนเกิดอาการอักเสบ และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ว่าอาจเป็น “เส้นเอ็น”
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่คลินิกเสริมความงามเลอแชมป์ ริมถนนเอเชีย ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก นพ.ธันย์ณภัทร จิรายุพงศ์ หรือ “หมอแชมป์” เจ้าของคลินิก
หมอแชมป์นำเอกสารแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาแสดง พร้อมยืนยันว่าได้รับการรับรองจากแพทยสภาตั้งแต่ปี 2559 และยืนยันว่าไม่ได้เป็น “หมอเถื่อน” ตามที่มีการกล่าวถึงในข่าว
ส่วนกรณีวัสดุที่ใช้ร้อยไหมจมูก หมอแชมป์ยืนยันว่าเป็น “ไหมทางการแพทย์” ไม่ใช่เส้นเอ็น โดยจัดซื้อจากบริษัทที่จดทะเบียนนำเข้าเครื่องมือแพทย์อย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ โดยไหมที่ใช้มี 2 ชนิด ได้แก่ ไหมสีม่วง ซึ่งเริ่มละลายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี และไหมสีขาวที่เป็นประเด็นในกรณีร้องเรียน ซึ่งจะเริ่มละลายในระยะเวลาประมาณ 2-4 ปี

“ผมมีความรับผิดชอบกับคนไข้ จะเอาเส้นเอ็นมาใช้กับคนไข้ได้อย่างไร วัสดุที่ใช้เป็นไหมทางการแพทย์จากบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกต้อง และสามารถตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทได้” หมอแชมป์ กล่าว
สำหรับผู้ร้องเรียนรายแรก หมอแชมป์ ระบุว่า เคยเข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการจมูกอักเสบหลังเข้ารับบริการร้อยไหม โดยแจ้งว่าเหมือนมีเส้นไหมโผล่ออกมา และใช้กรรไกรตัดเล็บตัดออกเอง เมื่อมาตรวจที่คลินิกไม่พบเส้นไหม จึงได้รับยาเพื่อลดอาการอักเสบ
ต่อมาผู้ร้องเรียนกลับมาที่คลินิกและขอให้นำไหมออก แต่แพทย์ยังไม่พบเส้นไหม จึงเข้าใจว่าไหมอาจละลายไปแล้ว กระทั่งผู้ร้องเรียนต้องการผ่าตัดเพื่อนำไหมออก
หมอแชมป์ ระบุว่าเห็นว่าเกินขอบเขตความสามารถ จึงแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการผ่าตัด พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา โดยได้รับบิลค่าใช้จ่ายมาแล้ว 3 ครั้ง รวมเป็นเงินหลายหมื่นบาท
ส่วนผู้ร้องเรียนรายที่ 2 หมอแชมป์ระบุว่า เข้ามาพบแพทย์โดยไม่พบอาการอักเสบ แต่ต้องการให้นำไหมออก ซึ่งแพทย์ไม่ได้ดำเนินการให้ จากนั้นผู้ร้องเรียนไม่ได้กลับมาพบอีก ก่อนจะปรากฏเรื่องร้องเรียนเป็นข่าว
หมอแชมป์ยืนยันว่า หากตรวจสอบพบว่าผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการของคลินิก ทางคลินิกพร้อมรับผิดชอบ
ส่วนกรณีใบอนุญาตประกอบกิจการคลินิก หมอแชมป์ยอมรับว่า คลินิกเพิ่งได้รับใบอนุญาตเมื่อวันที่ 17 กันยายน หลังจากก่อนหน้านี้มีการยื่นขอใบอนุญาตหลายครั้ง แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากต้องแก้ไขในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการโฆษณา พื้นที่ตั้ง และเสียงรบกวน โดยคลินิกได้ประกาศปิดปรับปรุงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
หมอแชมป์ย้ำว่า ตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา ไม่ใช่หมอเถื่อน ขณะที่วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหมจมูกเป็นไหมทางการแพทย์ ไม่ใช่เส้นเอ็น พร้อมยืนยันว่าคลินิกพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและรับผิดชอบต่อผู้รับบริการ หากตรวจสอบพบว่าเกิดความเสียหายจากการให้บริการ




