นายกเทศมนตรีหัวหิน รุดตรวจ ก่อนรื้ออาคาร 15 หลัง เจ้าของค้าน อ้างขอพิสูจน์สิทธิ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานนิติการ งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกือบ 100 นาย ลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกพื้นที่ชายหาดหัวหิน ตั้งแต่บริเวณสะพานปลาหัวหินไปจนถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ถนนนเรศดำริห์ อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์
พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งบ้านพัก เกสท์เฮาส์ ร้านค้า และร้านอาหารริมทะเล โดยเป็นปัญหาที่มีการดำเนินการทางกฎหมายต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี และมีคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2557 ให้รื้อถอนอาคารจำนวน 40 ราย เนื่องจากบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ปัจจุบันมีผู้ยอมรื้อถอนแล้ว 14 ราย เหลืออีก 26 รายที่ยังไม่ได้ดำเนินการ

สำหรับผู้ที่เหลือได้ใช้สิทธิทางศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเทศบาลนครหัวหิน กรณีห้ามใช้อาคารและให้ดำเนินการรื้อถอน โดยศาลปกครองเพชรบุรีมีคำพิพากษาว่าคำสั่งของเทศบาลชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตาม ส่งผลให้คำสั่งทางปกครองของเทศบาลมีผลใช้บังคับต่อไป
เทศบาลนครหัวหินจึงแจ้งเจ้าของอาคารล่วงหน้า 7 วัน ก่อนเข้าดำเนินการรื้อถอน พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานภายใน 120 วัน โดยสามารถปรับแผนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการปฏิบัติงานจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในวันนี้ เจ้าของอาคารบางรายไม่ยินยอมให้เข้าดำเนินการ โดยให้เหตุผลว่าอาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่มานานหลายสิบปี ตั้งแต่อดีตที่เป็นชุมชนชาวประมง พร้อมระบุว่ายังมีการดำเนินคดีในศาลจังหวัดหัวหิน กรณีขอพิสูจน์สิทธิในที่ดินดังกล่าว และอยู่ระหว่างการขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
นายนพพร กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการรื้อถอนอาคารจำนวน 15 หลัง โดยใช้งบประมาณของเทศบาลนครหัวหิน ส่วนอีก 11 หลัง จะใช้งบประมาณของกรมเจ้าท่า รวมทั้งหมด 26 หลังที่ยังไม่ได้ดำเนินการรื้อถอน

ทั้งนี้ เทศบาลได้ออกคำสั่งห้ามใช้อาคารและให้รื้อถอนตาม ค.4 และ ค.25 ต่อมาเจ้าของอาคารได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพชรบุรี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่าคำสั่งของเทศบาลชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตาม ทำให้คำสั่งทางปกครองดังกล่าวมีข้อยุติในชั้นศาลปกครอง
นายกเทศมนตรีนครหัวหินกล่าวว่า เทศบาลได้ประกาศหาผู้รับจ้างเพื่อเข้าดำเนินการรื้อถอน และลงนามในสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา การลงพื้นที่วันนี้จึงเป็นการเก็บข้อมูล วางแผนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้รับจ้าง หน่วยงานภาครัฐ และเทศบาล รวมถึงพูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าของอาคารที่ได้รับคำสั่ง
“วันนี้ทั้ง 15 หลัง มีทั้งส่วนที่ยินยอมและไม่ยินยอม โดยผู้ที่ไม่ยินยอมให้เหตุผลว่าต้องการพิสูจน์สิทธิและขอตั้งโต๊ะพูดคุยก่อน ทางเทศบาลได้ชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ และมีกรณีผู้ถูกดำเนินคดีในพื้นที่บริเวณเดียวกันมาก่อน ซึ่งมีทั้งคำสั่งให้รื้อถอน เสียค่าปรับ และบางรายถึงขั้นจำคุก”

นายนพพรกล่าวอีกว่า เทศบาลจำเป็นต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการตามคำสั่งและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 จึงไม่สามารถยุติการดำเนินการได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งจากศาลที่มีอำนาจให้ระงับหรือคุ้มครองชั่วคราว
ขณะนี้เทศบาลได้รับทราบว่ากลุ่มเจ้าของอาคารบางรายได้ยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลจังหวัดหัวหิน จึงอยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งของศาล หากไม่มีคำสั่งใดมาระงับการดำเนินการ เทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภายหลังการรื้อถอน เทศบาลนครหัวหินมีแนวคิดเบื้องต้นในการขยายถนน จัดพื้นที่จอดรถ รวมถึงพัฒนาเป็นพื้นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่รูปแบบการพัฒนายังต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับพื้นที่ต่อไป


