หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯกาฬสิน...

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ยกกรณีไม้พะยูงล้มทับบ้านเป็นกรณีศึกษา เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

27.06.17 | 10:53 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ นำถุงยังชีพ เงินสด สิ่งของ มอบให้กับครอบครัวนางหนึ่งฤทัย สารภัคดี หลังได้รับความเดือดร้อนจากเหตุไม้พะยูงล้มทับบ้านนาน 3 เดือน ขณะที่การช่วยเหลือด้านซ่อมแซมบ้านเริ่มเข้าสู่ภาวะเรียบร้อย สามารถเข้าอาศัยได้


จากกรณีไม้พะยูงล้มทับบ้านชาวบ้านใน ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับความเสียหาย เจ้าของบ้านประสานหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือนาน 3 เดือนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ได้รับความเดือดร้อน ต้องไปอาศัยอยู่กับลูก เนื่องจากไม่กล้าตัดไม้ที่กีดขวางเพราะกลัวผิดกฎหมายตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายหลังที่ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาจากกรณีต้นไม้พะยูงล้มทับบ้านของนางหนึ่งฤทัย สารภัคดี อายุ 51 ปี เลขที่ 101 หมู่ 4 ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน โดยนายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าติดตามความเรียบร้อยและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยางตลาด ได้ตัดต้นไม้พะยูงที่ล้มทับและขนไม้พะยูงออกจากบ้านไปแล้ว โดยระหว่างนี้เป็นการช่วยเหลือในส่วนของการซ่อมแซมบ้านที่กำชับจะต้องทำอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้นางเนตรชนก คำดี นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และคณะกรรมการเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ ได้นำถุงยังชีพ เงินสด และสิ่งของจำนวนหนึ่งมอบให้เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจ โดยมีวิชิต สมบัติมาก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ และผู้นำชุมชน รับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในการช่วยเหลือบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนอย่างทันท่วงที

Advertisement

โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า จากการที่ได้สอบถามปัญหากับนางหนึ่งฤทัย เจ้าของบ้าน และแนวทางการดำเนินการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอยกให้เป็นกรณีศึกษา ที่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ให้บูรณาการความช่วยเหลือและเร่งแก้ไข ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ ต้องเอาใจใส่ดูแล เป็นที่ปรึกษาให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน อย่าปล่อยให้ชาวบ้านรู้สึกเดียวดาย และเผชิญปัญหาตามลำพัง จนเกิดอุปสรรคอย่างกรณีนี้ที่ความช่วยเหลือมาถึงช้ามาก ในส่วนของการติดตามเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน และสิทธิในการครอบครองไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามนั้น ได้มอบหมายให้ผู้นำชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ ช่วยประสานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งที่ดินแปลงนี้ยังติดจำนองอยู่ เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับเจ้าของบ้านโดยเร็ว และให้ความกระจ่างกับทั้งเจ้าของบ้านและส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้สังคมกำลังจับตามองว่าจะหาข้อยุติอย่างไร

ด้านนางหนึ่งฤทัย เจ้าของบ้าน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม้พะยูงล้มทับบ้าน รู้สึกหวาดกลัวอันตรายจากถูกไม้ทับเสียชีวิตยังไม่พอ ยังมารู้สึกกลัวความผิด เนื่องจากรู้ว่าไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้าม ถ้าไปตัดหรือเคลื่อนย้ายจะถูกจับ จึงไม่กล้าจะทำการใดๆ นอกจากไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากโฉนดที่ดินติดภาระจำนอง และตนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ไปติดต่อกับหน่วยงานราชการไม่สะดวก จึงไม่ได้ติดตามผลและเกิดเป็นเรื่องราวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งในส่วนของการเก็บกู้ไม้พะยูงออกจากการทับหลังคาบ้าน ช่วยซ่อมแซมบ้านให้ใหม่ และกำลังใจจากหลายฝ่าย ส่วนการที่จะนำเอกสารที่ดินมาอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของไม้พะยูง หรือจะจัดการอย่างไรกับไม้พะยูง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำไปเก็บรักษานั้น ก็ขึ้นอยู่กับระเบียบที่ทางราชการจะดำเนินการ ตนขอเพียงให้ได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังเดิมก็มีความสุขแล้ว