หน้าแรก ภูมิภาค บัตรคนจนเริ่ม...

บัตรคนจนเริ่มใช้วันแรก แห่เข้าคิวรอเช็กสิทธิ ชาวบ้านน้ำตาซึมโอดหลุดเกณฑ์ กลายเป็นคนรวย

1.10.26 | 13:21 น.

ประชาชนเข้าคิวรอเช็คสิทธิบัตรคนจนรอบทบทวนสิทธิ บางคนผ่านแต่หลายคนไม่ผ่าน กลายเป็นคนรวย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา  ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม มีประชาชนจำนวนมากต่อแถวยาวจนมาถึงบริเวณหน้าบันไดมุกทางขึ้นศาลากลาง เพื่อรอเช็คสิทธิ ภายหลังจากขอยื่นทบทวนสิทธิ์ กรณีไม่ผ่านคุณสมบัติไปก่อนหน้านี้ ซึ่งก็มีทั้งคนที่ผ่านคุณสมบัติ และไม่ผ่านคุณสมบัติ


โดยคนที่ผ่านคุณสมบัติก็ได้มายืนยันตัวตนที่ธนาคาร เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นคนเฒ่าคนแก่ ไม่สามารถทำในแอพธนาคารได้ บางคนที่ไม่ผ่าน ก็มีทั้งไม่ได้ลงทะเบียน มีประกันชีวิตที่ลูกหลานทำไว้ให้ ซึ่งก็ได้มาทำเรื่องเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพราะว่าเป็นคนรวยแล้ว

นางสาวฉวี ภาพินิจ อายุ 72 ปี ราษฏรบ้านหนองเส็ง หมู่ 9 ตำบลแวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ตนเองมีบัตรประชารัฐอยู่แล้ว แต่วันนี้มาเช็คสิทธิ์ให้กับสามี เพราะก่อนหน้านี้สามีไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากวันเดือนปีเกิดไม่ถูกต้อง จึงได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ พอมาเช็คสิทธิ์อีกรอบก็ได้สิทธิบัตรประชารัฐแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรอดำเนินการยืนยันตัวตน ต้องมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารทำให้ เพราะว่าทำเองในโทรศัพท์ไม่เป็น เงินที่ได้จากโครงการประชารัฐ ยายก็ได้ตาก็ได้ 2 คนรวมกัน ก็ถือว่าได้เยอะอยู่ รวมกับเบี้ยคนชรา เดือนละ 700 สองคนก็ได้ 1,400 บาท รวมกับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้ ก็ช่วยได้เยอะ เอาไปซื้อ น้ำปูน้ำปลา ซื้อข้าวสาร ผงซักฟอง สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก อยากขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชน และก็ขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลที่กำลังช่วยเหลือน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้

ขณะที่นายมนูญ ชาญชัย อายุ 67 ปี ราษฏรบ้านติ้ว หมู่ 12 ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า วันนี้มาทบทวนสิทธิว่าผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ แต่ก็ปรากฏว่าไม่ผ่าน เพราะว่าไม่ได้สมัคร แต่จริง ๆ แล้วเคยให้ลูกสมัครให้แล้ว แต่ตรวจสอบแล้วบอกว่าข้อมูลไม่ตรง เพราะว่าไม่มีวันเกิด กับเดือนเกิด มีแต่พ.ศ.เกิด เช็คสิทธิ์แล้วได้รับคำตอบว่าไม่ได้ลงทะเบียน ก็เลยทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตอนนี้ก็เลยจะมาขอใช้สิทธิ์ไทยพลัส แต่ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำให้ ตอนนี้จากคนจนขยับขึ้นมาเป็นคนรวยแล้ว ในเมื่อไม่ได้สิทธิเป็นคนจน ก็ต้องมาเอาสิทธิคนรวย ไม่อยากฝากอะไรถึงรัฐบาล จะให้อันไหนก็เอาอันนั้น

Advertisement

ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ นางละมุล ถนัดค้า อายุ 65 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในผู้ที่ได้รับสิทธิวงเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เปิดเผยว่า

“ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเงินช่วยเหลือที่ได้รับ สามารถจะนำไปใช้ซื้อสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ ทั้งข้าวสาร น้ำปลา เนื้อหมู ผงชูรส รวมถึงผงซักฟอก ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่จะต้องใช้เป็นประจำ ทำให้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวได้อย่างมาก ถึงแม้ว่าเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะไม่มาก แต่สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะสามารถนำไปใช้จ่ายกับสิ่งของจำเป็นได้โดยตรง ทำให้เงินที่ทำงานหารายได้มา พอจะมีเหลือไว้ใช้จ่ายในด้านอื่นบ้าง ต้องขอขอบคุณรัฐบาลและนายกอนุทินฯ ที่ทำให้มีโครงการช่วยเหลือประชาชน และอยากให้ภาครัฐมีมาตรการลักษณะนี้เพิ่มเติม รวมถึง ขยายระยะเวลาการช่วยเหลือออกไปอีกหลายเดือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น”

ด้านนางจำเนียร ปรางโบราณ อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมาอีกราย เปิดเผยว่า “บัตรสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ตนไม่ได้รับสิทธิ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้รับสิทธิและได้รับเงินช่วยเหลือจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาแล้ว แต่ลงทะเบียนครั้งล่าสุดนี้ กลับไม่ได้รับสิทธิ ทั้งๆ ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยและต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในแต่ละวัน ลองให้ลูกหลานไปช่วยดำเนินการตรวจสอบและลงทะเบียนให้ แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีหนี้สิน ซึ่งตนยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ว่า เป็นหนี้ประเภทใด ทำไมจึงไม่ได้รับสิทธิเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีความหมายต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก เพราะสามารถนำไปซื้อข้าวสาร ผงซักฟอก สบู่ และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ถือว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ แต่เมื่อไม่ได้รับสิทธิในรอบนี้ ก็ต้องไปรับจ้างและเก็บของเก่าขาย พยายามหารายได้เข้ามา แต่ก็เป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน ในแต่ละวันหากมีคนว่าจ้าง ก็พอมีเงินนำไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็น แต่หากบางวันไม่มีงานก็แทบไม่มีรายได้เลย ต้องออกไปเก็บของเก่าตามพื้นที่ต่างๆ นำไปขายหาเงินประทังชีวิต ซึ่งบางวันรายได้ไม่เพียงพอสำหรับค่าอาหารด้วยซ้ำ และอายุก็เพิ่มมากขึ้น ทำให้การทำงานรับจ้างทำได้ยากลำบาก

ซึ่งขั้นตอนและเงื่อนไขในการขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ตนรู้สึกว่ามีรายละเอียดและขั้นตอนที่เข้าใจยากกว่าเมื่อก่อน จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุที่ยังต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง รวมทั้ง อยากให้ปรับขั้นตอนการตรวจสอบและการลงทะเบียนเพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าใจและเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น เพราะหากได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 300 บาท ก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้ สามารถนำไปซื้อข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน ถือว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก

ตนเห็นบางคนที่ได้รับสิทธิ ก็รู้สึกสงสัยและเสียใจที่ทำไมตนจึงไม่ได้ เพราะตนก็ประสบปัญหาด้านรายได้เหมือนกัน แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ โดยเฉพาะในวันที่ไม่มีงานรับจ้าง แทบไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ต้องอาศัยเก็บของเก่าขายประทังชีวิต จึงอยากให้ภาครัฐเร่งพิจารณาช่องทางช่วยเหลือประชาชนกลุ่มรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้สามารถเข้าถึงมาตรการอื่นๆได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างแท้จริงด้วย”