พนังกั้นน้ำแตกกลางดึก ทะลักท่วม 500 หลังคาเรือน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว ของลอยไปกับน้ำ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเปิดเผยภาพมุมสูงทำให้เห็นสภาพชุมชนวัดมะปรางและวัดสมอ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชุมชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ถูกมวลน้ำทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา แนวพนังกั้นน้ำถูกแรงดันจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาดันแตก ทำให้ชาวบ้านกว่า 500 หลังคาเรือนต้องเก็บทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สัตว์เลี้ยง และสิ่งของเครื่องใช้ที่พอจะยกได้ทันออกมาไว้บนถนนคันคลองมหาราช
เพียงเวลาคืนเดียว ระดับน้ำท่วมสูงถึง 80-160 ซม.ในที่ลุ่มต่ำ ซึ่งชาวบ้านบอกว่าในปีนี้น้ำขึ้นเร็วกว่าปีก่อนๆ เพราะเป็นเหตุการณ์พนังกั้นน้ำแตก ที่มวลน้ำจำนวนมากทะลักเข้าพื้นทีพร้อมกัน แถมเป็นเวลากลางดึกทำให้ชาวบ้านแทบจะไม่มีเวลาเตรียมตัว จึงมีทรัพย์สินบางส่วนเสียหายและลอยไปกับน้ำ

ด้าน กรมชลประทาน อธิบายเหตุผลน้ำเหนือเริ่มลด แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบายว่า ฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนทำให้น้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำยมเพิ่มขึ้น ก่อนมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ แล้วไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา แม้ขณะนี้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลดลง แต่มวลน้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านั้นยังต้องใช้เวลาเดินทาง จึงไม่ได้หมายความว่าน้ำที่มาถึงเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงทันที
กรมชลประทานจึงบริหารระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อช่วยหน่วงน้ำ ควบคู่กับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลผ่านเขื่อนลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน โดยต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนควบคู่กัน




