ท่วมบางไทร สูงกว่า 1.50 เมตร เขื่อนเจ้าพระยา-พระราม 6 ระบายน้ำรวม 3,000 ลบ.ม./วินาที ผู้ป่วยไตวัย 70 ต้องนั่งแพโฟมออกจากบ้านไปฟอกไต
วันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ระบายผ่านเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ ในอัตรา 552 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลมาสมทบบริเวณสามแยกหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ส่งผลให้ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน อ.บางไทร ถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร

ถนนและเส้นทางเข้าออกหลายชุมชนถูกน้ำท่วมจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือหรือแพโฟมเดินทาง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจัดหาแพโฟมแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ในช่วงน้ำท่วม ขณะนี้ อ.บางไทร มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 23 ตำบล 136 หมู่บ้าน รวม 7,220 ครัวเรือน
ที่ชุมชนหมู่ 6 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร พบว่ามีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องออกจากบ้านไปรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง
นายวัลลภ แซ่แต้ อายุ 70 ปี ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกไตเป็นประจำ เปิดเผยว่า น้ำท่วมใต้ถุนบ้านสูงประมาณ 1 เมตร เมื่อต้องไปโรงพยาบาล ญาติจะช่วยพานั่งบนแพโฟมแล้วเข็นออกจากบ้านไปยังถนน ก่อนขึ้นรถยนต์ไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเสนา ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 20 กิโลเมตร

นายวัลลภกล่าวว่า ช่วงน้ำท่วมทุกปีต้องให้ญาติช่วยพาออกจากบ้านไปพบแพทย์อยู่แล้ว หากน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกจะยิ่งลำบาก เพราะสุขภาพไม่แข็งแรงและเหนื่อยง่าย แต่ยังต้องเดินทางไปฟอกไตตามกำหนด เนื่องจากเป็นการรักษาที่ขาดไม่ได้
ด้านนางวาสนา กรวิจิตร์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านในชุมชน กล่าวว่า น้ำท่วมมานานกว่า 10 วัน และเพิ่มสูงขึ้นมาก บางจุดเมื่อลงไปยืน น้ำสูงเกือบถึงศีรษะ ถนนเข้าออกหมู่บ้านถูกน้ำท่วม ทำให้การพาญาติไปพบแพทย์ รวมถึงการออกไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นเป็นไปอย่างยากลำบาก

นางวาสนากล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินซื้อเรือราคาหลายพันบาท จึงต้องใช้แพโฟมที่มีราคาประมาณ 500–600 บาท หรือได้รับแจกจากหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเดินทางและขนสิ่งของ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงน้ำท่วม
ชาวบ้านระบุว่า ชุมชนแห่งนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี หลายครอบครัวอาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปี แต่ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา น้ำท่วมมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากเดิมที่ท่วมเพียงใต้ถุนบ้าน กลายเป็นน้ำเอ่อท่วมถนนและไหลเข้าบ้านเรือน กระทบทั้งการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ

ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางยังจำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ส่วนชาวบ้านต้องออกไปทำงานหารายได้ แม้การเดินทางจะยากลำบาก

“ปกติไม่ท่วมก็ลำบากอยู่แล้ว พอน้ำท่วมก็ยิ่งลำบากกันไปใหญ่ แต่ยังไงก็ต้องออกไปทำมาหากิน เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน” ชาวบ้านกล่าว





