หน้าแรก ภูมิภาค น้ำท่วมปราจีน...

น้ำท่วมปราจีนบุรีเสียชีวิตแล้ว 7 ราย กระทบ 4.6 หมื่นครัวเรือน ‘บ้านสร้าง’ ยังวิกฤต น้ำท่วมทุกตำบล

2.10.26 | 21:51 น.

น้ำท่วมปราจีนบุรีเสียชีวิตแล้ว 7 ราย กระทบ 4.6 หมื่นครัวเรือน ‘บ้านสร้าง’ ยังวิกฤต น้ำท่วมทุกตำบล

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรี หลังฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร ครอบคลุม 7 อำเภอ 65 ตำบล 687 หมู่บ้าน 39 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46,160 ครัวเรือน โดยจังหวัดประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแล้ว


มีรายงานผู้เสียชีวิตสะสม 7 ราย ได้แก่ อ.เมืองปราจีนบุรี 2 ราย จากไฟฟ้าช็อตและจมน้ำ อ.กบินทร์บุรี 2 ราย จากจมน้ำ อ.ประจันตคาม 1 ราย จากจมน้ำ อ.ศรีมหาโพธิ 1 ราย จากจมน้ำ และล่าสุด อ.ศรีมโหสถ 1 ราย จากไฟฟ้าช็อต

เมื่อเวลา 20.05 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและพื้นที่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดย อ.นาดี บ้านเรือนเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติและอยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟู ส่วน อ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำลดลงค่อนข้างมาก ทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรีเปิดให้รถสัญจรได้แล้ว 1 ช่องทาง

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังน่าเป็นห่วงคือ อ.บ้านสร้าง ซึ่งระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและท่วมขังทุกตำบล ประชาชนเริ่มอพยพเข้าศูนย์พักพิง เนื่องจากมวลน้ำจากตัวเมือง อ.ศรีมโหสถ และพื้นที่ใกล้เคียงไหลมารวมกันเพื่อรอระบายออก ขณะที่ระดับน้ำใน อ.เมืองปราจีนบุรีลดลงช้า เพียงวันละประมาณ 3 เซนติเมตร
บางเส้นทางยังต้องปิดการจราจร เช่น บริเวณหน้าวัดธรรมโพธิศรี ซึ่งคอสะพานถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนทรุดตัว ส่วนความเสียหายด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และโครงสร้างพื้นฐาน จะเร่งสำรวจอย่างละเอียดหลังน้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้น้ำใน อ.กบินทร์บุรีเริ่มลดลง แต่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณบ้านนางเลง หลักกิโลเมตรที่ 161 ซึ่งมีน้ำท่วมเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทยต้องประเมินความปลอดภัยในการสัญจรเป็นรายวัน
ช่วงบ่ายวันที่ 1 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถปล่อยรถบรรทุกผ่านได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงและมีรถบรรทุกจอดเสียบริเวณคอสะพานจุดที่ 2 ซึ่งมีน้ำลึก เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำ จึงใช้รถทหารจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ รับส่งประชาชนบริเวณสี่แยกสามทหารและหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรีเพื่อเดินทางไปทำงาน

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 2 ตุลาคม ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีร่วมกับ สภ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยประเมินเส้นทาง เพื่อให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านก่อน พร้อมประสานคนขับช่วยรับประชาชนและพนักงานข้ามพื้นที่น้ำท่วมทั้งขาเข้าและขาออก โดยมีตำรวจร่วมสำรวจจุดเสี่ยง ได้แก่ คอสะพานนางเลง ซึ่งมีรถบรรทุกจอดเสีย 2 คัน และช่วงหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ถึงหน้าโฮมเมด

ขณะเดียวกัน รถทหารยังรับส่งประชาชนข้ามมายังฝั่งหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น. ส่วน อ.ประจันตคาม อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ อ.บ้านสร้าง และ อ.เมืองปราจีนบุรี ทุกภาคส่วนยังช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังรับมวลน้ำจาก อ.กบินทร์บุรีในช่วง 2 วันที่ผ่านมา

ด้านนายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ “นายกอุ๊” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า อบจ.เร่งนำเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ทำแนวป้องกันน้ำและคันกั้นน้ำในจุดสำคัญ โดยเฉพาะ อ.บ้านสร้าง บริเวณโรงเรียนศรีรัฐและศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมพื้นที่ปลอดภัย

นายกฤษฎิ์กล่าวว่า มวลน้ำระลอกนี้ไหลมาจาก ต.เกาะลอย ผ่าน อ.ศรีมโหสถ และเขตตัวเมือง แม้เขื่อนต่างๆ หยุดปล่อยน้ำแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาระบายน้ำสะสม หากไม่มีฝนตกหนักซ้ำ สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น โดย อบจ.ส่งทีมแจกจ่ายถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ประชาชนในศูนย์พักพิงและตามบ้านเรือนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการดูแลผู้ประสบภัย จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 108 แห่ง ใน 7 อำเภอ มีประชาชนเข้าพักรวม 14,809 คน แบ่งเป็น อ.กบินทร์บุรี 9,212 คน ในศูนย์พักพิง 30 แห่ง อ.ประจันตคาม 4,100 คน ใน 22 แห่ง อ.ศรีมหาโพธิ 1,109 คน ใน 17 แห่ง อ.ศรีมโหสถ 129 คน ใน 5 แห่ง อ.เมืองปราจีนบุรี 115 คน ใน 7 แห่ง อ.นาดี 75 คน ใน 14 แห่ง และ อ.บ้านสร้าง 69 คน ใน 13 แห่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ หรือ “บูรพาพยัคฆ์” จัดตั้งครัวพระราชทาน 2 แห่ง เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่แจกจ่ายผู้ประสบภัย ได้แก่ วัดนพคุณทอง ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ และวัดแจ้งเมืองเก่า ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม

นอกจากนี้ มีครัวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ค่ายจักรพงษ์ และโรงครัวประจำอำเภออีก 25 แห่ง พร้อมมูลนิธิและสมาคมกู้ภัย 42 แห่ง จัดชุดปฏิบัติการ เรือ และยานพาหนะยกสูง กระจายอาหาร น้ำดื่ม และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกับผู้สูงอายุออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง