อุกอาจ ด.ต.รือเสาะ ลาพักอยู่บ้าน ถูกซุ่มยิงขณะอุ้มลูก 9 เดือนที่ระเบียงบ้าน
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 3 ตุลาคม พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจสอบบ้าน ในบ้านปอเนาะ หมู่ 6 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดซุ่มยิง ด.ต.ธีรศักดิ์ ดีรอด อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ นปพ.สภ.รือเสาะ ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจโต๊ะตาหยง จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.09 น. ของคืนวันที่ 2 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานอย่างละเอียดในช่วงเช้า เพื่อเร่งคลี่คลายเหตุการณ์และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
สำหรับ ด.ต.ธีรศักดิ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ได้ช่วยกันนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีบาดแผลจากกระสุนปืนไม่ทราบชนิดเฉี่ยวบริเวณคางด้านซ้าย จำนวน 1 นัด และมีร่องรอยคล้ายสะเก็ดของกระสุนปืนบริเวณคอและหัวไหล่ขวาอีก 2 จุด โดยล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุจุดที่ 1 ซึ่งเป็นบริเวณระเบียงยกพื้นชั้นเดียวด้านซ้ายมือของบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบรอยเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนพื้น นอกจากนี้บริเวณราวเหล็กของเก้าอี้ที่ระเบียง เจ้าหน้าที่พบร่องรอยวิถีกระสุนปืนของคนร้าย จำนวน 1 รู จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานดังกล่าวไว้เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป
ส่วนการตรวจสอบจุดเกิดเหตุจุดที่ 2 ซึ่งอยู่บริเวณป่าสวนยางพาราฝั่งตรงกันข้าม โดยมีคลองคั่นกลาง และอยู่ห่างจากระเบียงบ้านจุดเกิดเหตุประมาณ 70 เมตร เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 5.56 มม. จำนวน 2 ปลอก นอกจากนี้ยังพบร่องรอยเท้าของคนร้ายเหยียบย่ำเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ ไว้ตรวจสอบ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ธีรศักดิ์ อยู่ในช่วงลาพักเป็นวันที่ 2 และได้ชวนภรรยานั่งรับประทานอาหารประเภทปิ้งย่างกันบริเวณระเบียงบ้าน โดยมีสมาชิกในครอบครัวรวม 3 คน คือ พ่อ แม่ และลูกสาววัยเพียง 9 เดือน
ขณะที่ ด.ต.ธีรศักดิ์ กำลังนั่งอุ้มบุตรสาววัย 9 เดือนอยู่นั้น จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 2 นัด โดยเสียงปืนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับเสียงกระสุนกระทบกับเหล็ก

ด.ต.ธีรศักดิ์ รู้สึกแสบที่บริเวณปลายคางด้านซ้าย ก่อนจะพบว่ามีเลือดออกซิบๆ ขณะเดียวกันยังรู้สึกถึงความผิดปกติบริเวณคอและหัวไหล่ขวา จึงใช้มือคลำตรวจสอบร่างกาย และพบว่ามีเลือดติดมือ ทำให้รู้ทันทีว่าตนเองถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่
ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของภรรยาและบุตรสาว ด.ต.ธีรศักดิ์ จึงรีบบอกให้ภรรยาพาลูกเข้าไปหลบซ่อนตัวภายในบ้าน พร้อมกับตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายยิงซ้ำ ขณะที่ต่อมาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทราบเหตุ จึงรีบเข้ามาช่วยเหลือและนำตัว ด.ต.ธีรศักดิ์ ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะทันที
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่า ด.ต.ธีรศักดิ์ รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เนื่องจากขณะเกิดเหตุเจ้าตัวกำลังอุ้มบุตรสาววัยเพียง 9 เดือนอยู่ หากกระสุนเปลี่ยนทิศทางหรือถูกจุดสำคัญ อาจส่งผลร้ายแรงต่อทั้งตัวเจ้าหน้าที่และสมาชิกในครอบครัว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการที่กลุ่มคนร้ายนำมาใช้ในการลอบสังหารเจ้าหน้าที่กองกำลัง โดยมีลักษณะสำคัญคือการดักซุ่มยิงจากระยะไกล ใช้จำนวนผู้ปฏิบัติการไม่มาก และสามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้อย่างสะดวกภายหลังลงมือก่อเหตุแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ประเมินว่าเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวหรือรูปแบบการซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ ได้เริ่มถูกนำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้วระยะหนึ่ง และที่ผ่านมาเคยมีเจ้าหน้าที่ถูกลอบโจมตีจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายราย
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ ทั้งร่องรอยวิถีกระสุน ปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 2 ปลอก รอยเลือด และร่องรอยการเคลื่อนไหวของคนร้ายบริเวณป่าสวนยางพาราฝั่งตรงข้าม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



