หน้าแรก ภูมิภาค สมุทรสงครามยั...

สมุทรสงครามยังวิกฤต ชาวบ้านระดมกระสอบทรายปกป้องวิหารหลวงพ่อโต 300 ปี 

3.10.26 | 17:55 น.

สมุทรสงครามยังวิกฤตชาวบ้านระดมกระสอบทรายปกป้องวิหารหลวงพ่อโต300ปีพระสงฆ์เข้าครัวทำอาหาร(รสพระทำ)ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม


เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม แม้จะสร้างความเดือดร้อนและความกังวลให้กับประชาชนหลายพื้นที่ แต่อีกด้านหนึ่งกลับทำให้เห็นพลังแห่งน้ำใจและความร่วมมือของคนในชุมชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะที่ วัดอินทาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งตั้งอยู่ติดคลองแควอ้อม และได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ภายในวัด

จุดที่สร้างความกังวลอย่างมากคือ วิหารหลวงพ่อโต หรือหลวงพ่อโตซำปอกง อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของวัด มีโครงสร้างเก่าแก่ก่อด้วยศิลาแลง เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงและเข้าถึงบริเวณวิหาร จึงเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและสร้างความเสียหายได้

ศิษยานุศิษย์ ผู้นำท้องที่ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จิตอาสา ตลอดจนคณาจารย์และนิสิตจากหน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดอินทาราม เกือบ 100 คน มาร่วมแรงร่วมใจกันกรอกทราย บรรจุกระสอบ ขนย้าย และนำไปเรียงเป็นแนวกั้นน้ำโดยรอบวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง รวมแล้วกว่า 2,000 กระสอบ

Advertisement

ท่ามกลางภารกิจป้องกันน้ำ อีกมุมหนึ่งของวัดก็เต็มไปด้วยภาพแห่งการแบ่งปัน ญาติโยมและพระสงฆ์ส่วนหนึ่งช่วยกันลำเลียงกระสอบทราย ขณะที่ พระเมธีวัชรประชาทร (รศ.ดร. หลวงพ่อแดง นันทิโย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดอินทาราม นำ พระสงฆ์อีกส่วนหนึ่งเข้าครัวลงมือปรุงอาหาร “รสพระทำ” เพื่อนำมาเลี้ยงเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และประชาชนภายในวัด พร้อมจัดทำอาหารส่งต่อไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม

ดร.สมชาย ลำภู ศิษย์วัดอินทาราม กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านและศิษยานุศิษย์มีความเป็นห่วงวิหารหลวงพ่อโตอย่างมาก เพราะมีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และระดับน้ำได้เพิ่มสูงจนเข้ามาถึงบริเวณวิหาร จึงเกรงว่าโครงสร้างเก่าแก่จะได้รับความเสียหาย ทางวัดจึงระดมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ รวมถึงนิสิตนักศึกษาและผู้มีจิตศรัทธามาช่วยกันป้องกันอย่างเต็มกำลัง ตนอายุ 53 ปี ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอสถานการณ์น้ำรุนแรงขนาดนี้ ปีนี้ถือว่าวิกฤตมาก จังหวัดสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ปลายน้ำ แม้บางช่วงมองเหมือนน้ำกำลังลด แต่จริง ๆ ยังมีน้ำดันเข้ามา จึงต้องช่วยกันดูแลและป้องกันวิหารเก่าแก่แห่งนี้ให้ดีที่สุด

ภาพที่เกิดขึ้นในวัดอินทารามครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำกระสอบทรายมากั้นน้ำ แต่เป็นภาพของ “พลังบวร” บ้าน–วัด–ราชการ พร้อมด้วยสถานศึกษา จิตอาสา และประชาชน ที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยกันรักษาศาสนสถานเก่าแก่ และไม่ทอดทิ้งกันในวันที่ชุมชนกำลังเผชิญวิกฤต