เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ดร.น.พ.สุวิช ธรรมปาโล ผอ.สคร.ที่ 12 จ.สงขลา เปิดเผยว่า กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร.ที่ 12 จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย.60 พบว่าพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จ.ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น 4 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
“หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่แออัด ผู้คนหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หากจำเป็นต้องเข้าไป ควรสวมหน้ากากอนามัย ป้องกันตนเองจากการสัมผัสกับละอองน้ำมูก น้ำลายจากผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หรือปรุงอาหาร รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ” ดร.นพ.สุวิชกล่าว
ดร.นพ.สุวิชกล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่ถูกตัดม้าม หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบกพร่อง เพราะคนเหล่านี้เมื่อติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นจะมีโอกาสเป็นแบบติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดชนิดรุนแรงได้มากกว่าคนปกติทั่วไป ผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นและผู้ที่จะเดินทางไปประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา
“โรคไข้กาฬหลังแอ่นเกิดกับทุกเพศทุกวัย มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อได้โดยการสัมผัสโดยตรง จากละอองฝอย น้ำมูก น้ำลายและเสมหะผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะ” ดร.นพ.สุวิชกล่าวอีกว่า อาการของโรค คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะมาก อาเจียน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจุดแดงทั่วตัว เปลี่ยนเป็นจุดสีคล้ำจนกลายเป็นสะเก็ดสีดำ จะมีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองอย่างรุนแรง มีอาการสำคัญที่เรียกว่า “คอแข็ง” บางรายมีอาการรุนแรงช็อกถึงตายได้ในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

