รักษาการผู้ว่าฯ กยท. ติดตามการให้ความช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมชาวสวนยาง ไฟเขียวตั้งวอร์รูมน้ำท่วม – โรคยางใบร่วง
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) และรักษาการแทนผู้ว่าฯ กยท. เป็นประธานการประชุมติดตามการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ กยท. ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทั้ง 7 เขต โดยที่ประชุมได้มีการรายงานจังหวัดที่เกิดเหตุอุทกภัยในระหว่างวันที่ 25 – 29 กันยายน 2569 ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และสุรินทร์ ส่งผลกระทบต่อสวนยางพาราประมาณ 26,000 ไร่ และกระทบต่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. 10,024 ราย โดย กทย.ได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมสนับสนุนปัจจัยยังชีพเพื่อช่วยเกษตรที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง กรณีสวนปลูกแทน ที่เสียหายจากอุทกภัย ใน 2 กรณีคือ 1.เสียสภาพสวน หมายถึงต้นยางเสียหายคงเหลืออยู่น้อยกว่าร้อยละ70 ของจำนวนต้นที่ปลูก จะได้รับเงินอุดหนุนการปลูกแทน เพื่อช่วยเหลือในส่วนที่หายตามอัตราที่กำหนด 2.ไม่เสียสภาพสวน หมายถึงต้นยางเสียหายกระจัดกระจายคงเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 70 ของจำนวนต้นที่ปลูก หากต้นย่างอายุน้อยกว่า 2 ปี ได้รับความเสียหาย ยกค้ำยันไม่ได้ หรือค้ำยันแล้วตายจะช่วยเหลือเป็นค่าปลูกซ่อมครั้งเดียว ส่วนต้นที่เอนล้ม สามารถค้ำยันให้ตรงได้นั้น ให้ช่วยเหลือเป็นค่าค้ำยันครั้งเดียว
ส่วนมาตรการทางช่วยเหลือเยียวยาหลังน้ำลดสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. โดยจะมอบเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี โดยเกษตรกรต้องนำเอกสารหลักฐานติดต่อพนักงาน กยท.จังหวัด / สาขา ที่สวนยางตั้งอยู่ ภายใน 30 วัน หลังจากประสบภัย หรือวันที่ภัยพิบัติสิ้นสุด ทั้งนี้คำว่าสวนยางประสบภัย หมายรวมถึงภัยธรรมชาติ ทั้ง อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ภัยพิบัติ ภัยแล้ง ภัยที่เกิดจากโรคหรือศัตรูพืชทุกชนิด ส่งผลให้ต้นยางเสียหาย ตาย หักโค่น หรือไม่สามารถเจริญเติบโต ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยต้องไม่น้อยกว่า 20 ต้น ในแปลงเดียวกัน รวมถึงให้เกินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย กรณีประสบภัยพิบัติ เพื่อรักษาพยาบาลตนเอง ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ เครื่องมือ เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพเสริม เป็นต้น ส่วนเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติทำให้เสียชีวิตจะมอบเงินให้แก่ทายาท รายละไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการตั้งวอร์รูมขึ้นที่ กยท.สำนักงานใหญ่ เพื่อเป็นจุดประสานงานความช่วยเหลือในกรณีน้ำท่วม และโรคยางใบร่วงด้วย

ก่อนปิดการประชุม นายศันสนะ ได้เน้นย้ำให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาของ กยท. ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบต่อภัยพิบัติครั้งนี้

