ทำเกินไปไหม!!หนุ่มนนทบุรีโวยติดค้างค่างวดรถไฟแนนซ์ ตัวแทนบริษัทส่งคนตามคุกคามลูกสาววัย 3 ขวบถึงที่โรงเรียนเลย จ.นนทบุรี
วันที่ 28 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายสุชาติ เกียรติศิลปิน อายุ 43 ปี ตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งย่านอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ว่าตนได้ถูกกลุ่มตัวแทนจากบริษัทชื่อย่อ ก.ไฟแนนซ์มีชื่อแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต ลุมพินี กทม.เดินทางมาขอทำการยึดรถยนต์ของตนที่ขาดส่งอยู่ โดยทำพฤติกรรมนำรถยนต์มาปิดขวางที่บริเวณหน้าบ้านและรถยนต์ของตนเพื่อไม่ให้ขับรถออกไปได้ ในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดี 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา และยังไปติดตามถามถึงชื่อลูกสาวและลูกชายวัย 3 ปีและ 7 ปี ถึงที่โรงเรียนย่านสามเสนพร้อมกับนั่งเฝ้าติดตามรอให้ตนนั้นเข้าไปรับลูก
นายสุชาติเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น.ของเช้าวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มชาย-หญิง 3 คนขับรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งเข้ามาจอดปิดขวางหน้าบ้านและปิดท้ายรถยนต์ของตน ซึ่งเป็นรถยนต์ โตโยต้า รุ่นคัมรี่ ไฮบริด ปี 2011 สีขาว โดยขณะนั้นตนเองกำลังจะออกจากบ้านเพื่อไปส่งลูกท��ี่��โรงเรียนในย่านสามเสน แต่กลุ่มชาย-หญิงดังกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนมาจากบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง จะมาทำการยึดรถยนต์โตโยต้าของตนที่ได้ค้างส่งค่างวดรถไว้ 4 งวด โดยตนก็พยายามพูดคุยเจรจาเพื่อขอผ่อนผันอยู่สักครู่หนึ่ง แต่ทางกลุ่มตัวแทนไฟแนนซ์ไม่ยอมและตกลงกันไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจบอกไปว่าจะขอไปส่งลูกที่โรงเรียนก่อนแล้วค่อยมาเจรจากันที่สถานีตำรวจ เพื่อให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาตนจึงได้ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปได้เพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียนตามปกติ และต่อมาเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันเดียวกันทางคุณครูประจำชั้นของทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มาสอบถามว่าตนได้ให้บุคคลอื่นมารับลูกชาย-หญิงแทนหรือไม่ เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลชาย-หญิงแปลกหน้ามาถามถึงลูกที่โรงเรียน และทางคุณครูก็แปลกใจเพราะไม่เคยเห็นชาย-หญิงคนดังกล่าวมาก่อนหน้าเลย แต่กลับเดินเข้ามาสอบถามถึงชื่อบุตรสาวคนเล็กวัย 3 ปี ซึ่งตนได้ยืนยันไปว่าไม่ได้ให้คนอื่นไปรับนอกจากตนเอง และหลานชายที่จะเป็นคนไปรับลูกเป็นประจำ จากนั้นตนจึงเอะใจได้รีบเร่งให้หลานชายขับขี่รถ จยย.ไปรับบุตรทั้ง 2 คนที่โรงเรียน ส่วนตนเองก็ได้รีบเดินทางเข้าไปแจ้งความที่ สน.สามเสนที่อยู่ใกล้เคียงในพื้นที่เอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
นายสุชาติได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าขณะที่หลานชายไปรับตัวลูกนั้นทางคุณครูประจำชั้นต้องอุ้มตัวให้ลูกสาวตนแอบออกทางหน้าต่างของห้องเรียนอย่างทุลักทุเล เพื่อหลบหนีกลุ่มชาย-หญิงดังกล่าวและไม่ทราบว่ามาถามถึงลูกด้วยจุดประสงค์ใดและเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย ขณะที่ตนยังทราบว่าบุคคลทั้ง 3 คนนั้น ได้มานั่งเฝ้าถามถึงลูกตนอยู่ตั้งแต่ตอนช่วงเช้า 09.00 น.ซึ่งต่อมาในภายหลังจากที่ตนได้เดินทางไปแจ้งความเอาไว้ที่สถานีตำรวจแล้วนั้น ตนจึงได้ประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดของทางโรงเรียน เพื่อขอดูตรวจสอบภาพใบหน้าและพฤติกรรมของกลุ่มคนดังกล่าว จนทราบว่าบุคคลที่ปรากฎในภาพกล้องวงจรปิดนั้น เป็นชาย-หญิง 3 คน ที่อ้างบอกกับตนว่ามาจากบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ย่านถนนเพลินจิต กทม.ที่มาขอทำการยึดรถยนต์ของตนในช่วงเช้ามืดวันเดียวกันที่บ้าน
ซึ่งทางนายสุชาติยังกล่าวฝากสอบถามผ่านทางผู้สื่อข่าวไปยังบริษัทไฟแนนซ์สำนักงานใหญ่ด้วยว่าพฤติกรรมของตัวเเทนยึดรถดังกล่าว ทางผู้บริหารของบริษัทไฟแนนซ์ชื่อดังแห่งนี้ จะทราบไหมว่าตัวแทนของบริษัทคุณมายึดรถยนต์และทำพฤติกรรมแบบนี้กับลูกหนี้ ซึ่งเหมือนผมและครอบครัวได้ถูกคุกคามชีวิตประจำวัน และผมเองเกรงจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจึงได้ไปกู้หนี้ยืมสินจากคนรู้จักกันเพื่อมาโป๊ะยอดหนี้ที่ค้างไฟแนนซ์อยู่จำนวน 52,000บาท ซึ่งถ้าไม่รีบจ่ายภายใน 24 ชม.ตนจะต้องจ่ายยอดเพิ่มเป็น 95,000 บาท จึงอยากเตือนบรรดาลูกหนี้ของบริษัทไฟแนนซ์หลายๆ แห่ง ให้ระมัดระวังตัวจากกลุ่มตัวแทนบริษัทที่ทำพฤติกรรมแบบนี้กับลูกหนี้ด้วย

