หน้าแรก ภูมิภาค จนท.เข้าวัดที...

จนท.เข้าวัดที่ธรณีสงฆ์ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เจอกลุ่มชายฉกรรจ์ เข้าขวางอ้างมีผู้ครอบครองแล้ว

6.10.26 | 15:15 น.

จนท.เข้าวัดที่ธรณีสงฆ์ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เจอกลุ่มชายฉกรรจ์ เข้าขวางอ้างมีผู้ครอบครองแล้ว

 


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตสาขาถลาง เข้าตรวจสอบแนวเขต ที่ธรณีสงฆ์ของวัดอนามัยเกษม หรือวัดบางเทา ในท้องที่ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่รวมประมาณ 10 ไร่ หลังมีข้อพิพาทเรื่องแนวเขตและการครอบครองที่ดินมาเป็นเวลายาวนาน แต่กลับเจอกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน เข้ามาตะโกนโวยวายและขัดขวาง อ้างพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ครอบครอง พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายวัดยืนยันดำเนินการตามกระบวนการและคำพิพากษาของศาล ด้านเจ้าหน้าที่หวั่นสถานการณ์บานปลาย ต้องประสานตำรวจเข้าระงับเหตุ ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อคณะทนายความและผู้รับมอบอำนาจจาก วัดนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินธรณีสงฆ์ จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 10 ไร่

Advertisement

อย่างไรก็ดี ขณะเจ้าหน้าที่รังวัดของสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่รังวัดของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต กำลังเข้าดำเนินการ กลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนเข้ามาในพื้นที่ ก่อนเกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด โดยหนึ่งในชายที่สวมเสื้อสีขาวได้ตะโกนให้เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติงานตามหน้าที่ทั้งหมดออกจากพื้นที่ พร้อมอ้างว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวมีผู้ครอบครองอยู่แล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงสถานะและสิทธิในการเข้าครอบครอง รวมถึงขอให้แสดงเอกสารหรือหนังสือมอบอำนาจจากผู้ครอบครอง แต่กลุ่มบุคลลที่ขัดขวางปฏิเสธการให้ข้อมูลของผู้ที่อ้างว่าครอบครองที่ดิน และกลุ่มบุคคลไม่ได้นำเอกสารใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในขณะเกิดเหตุ

ต่อมา สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ท่ามกลางบรรยากาศ ที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายมีการโต้เถียงกันไปมา ฝ่ายวัดจึงประสานตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล เข้ามาระงับเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนเกิดการปะทะกัน ก่อนที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปแจ้งความให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำความผิด ฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รังวัด และข้อหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายสุรชัย นาคงศรี ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดกล่าวว่าที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลง มีเนื้อที่รวมประมาณ 10 ไร่ เป็นที่ดินที่ฝ่ายวัดยืนยันว่าเป็น ที่ธรณีสงฆ์ วัดครอบครองใช้ประโยชน์ เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมประเพณีลากพระและสมโภชพระมาช้านานสืบต่อกันมาโดยชาวบ้านบางเทาหลายรุ่น แต่ประเพณีดังกล่าวต้องยุติจากปัญหาบางประการ จึงเป็นเหตุให้มีการบุกรุกนำที่ดินวัดไปออกโฉนดโดยมิชอบ จนมาถึงเจ้าอาวาสวัดบางเทาองค์ปัจจุบันพบปัญหาดังกล่าวจึงได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินคดีเพิกถอนโฉนด

นายสุรชัยยังระบุด้วยว่า เดิมพื้นที่นี้อยู่นอกเขตที่ดินของกระทรวงการคลัง ขณะที่พื้นที่โดยรอบอยู่ในการดูแลของหน่วยงานด้านที่ราชพัสดุ หรือธนารักษ์และมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำเหมืองแร่ในอดีตต่อมาหลังรัฐบาลมีนโยบายยุติการทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต มีการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินและผู้ที่เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยมีบุคคลหลายกลุ่มเข้าไปอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว จนเกิดปัญหาเรื่องสิทธิและแนวเขตการครอบครองตามมา

ทางด้าน วัดอนามัยเกษม หรือวัดบางเทา อ้างว่า ในกระบวนการจัดทำแนวเขตและเอกสารสิทธิในพื้นที่โดยรอบนั้น มีการนำพื้นที่ที่วัดอ้างว่าเป็น ที่ธรณีสงฆ์ เข้าไปรวมอยู่ในแปลงที่มีการจัดทำแนวเขตด้วยเรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย โดยทางวัดได้ยื่นฟ้องและดำเนินคดีต่อศาล ก่อนจะมีการต่อสู้คดีกันในหลายชั้นศาล และผลของคำพิพากษาในที่สุดมีคำสั่งเกี่ยวกับการกันพื้นที่ธรณีสงฆ์ออกจากแปลงที่ดินโดยรอบ และให้มีการตรวจสอบแนวเขตที่ดินโดยรอบใหม่ด้วยเหตุนี้ วัดบางเทาจึงทำหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน จังหวัดภูเก็ต และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและรังวัดสอบแนวเขตที่ดินธรณีสงฆ์ให้เป็นไปตามกระบวนการ

นอกจากนี้ นายสุรชัยกล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการกลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนเข้ามาขัดขวาง ไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก จนเจ้าหน้าที่ต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกัน

จากนั้นจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายวัดต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยหากสามารถพูดคุยและหาข้อยุติร่วมกันได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากยังมีบุคคลเข้ามาอ้างสิทธิครอบครองและไม่สามารถตกลงกันได้ ฝ่ายวัดอาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมถึงการฟ้องขับไล่ผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ครอบครองพื้นที่

พร้อมกันนี้ ฝ่ายวัดต้องการคำตอบ คือบุคคลที่เข้ามาขัดขวางการรังวัด โดยเฉพาะชายที่สวมเสื้อสีขาว ซึ่งอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากผู้ครอบครองเดิม แต่ในวันเกิดเหตุยังไม่มีเอกสารมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่เข้ามาในบริเวณดังกล่าวด้วย แต่ฝ่ายวัดระบุว่ายังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจฝ่ายวัดจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านที่ราชพัสดุหรือธนารักษ์และหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวเขตที่ดิน เอกสารสิทธิ และสถานะของผู้ครอบครองพื้นที่ให้ชัดเจน

ข่าวแจ้งว่าปัญหาพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดอนามัยเกษมหรือวัดบางเทากับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากที่ดิน 2แปลง จำนวน10ไร่เศษ อยู่ในทำเลที่ตั้งสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวหนาแน่นในตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง มีการประเมินราคาที่ดินสูงถึง 1,000 กว่าล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมามีการส่งมือปืนมายิงไวยาวัจกรวัดแห่งนี้เสียชีวิตไป2คน และยังมีคนข่มขู่คุกคามเจ้าอาวาสวัดและพระลูกวัดอีกส่วนหนึ่งด้วย