หน้าแรก ภูมิภาค สธ.ลุยตรวจ ศู...

สธ.ลุยตรวจ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ท่าม่วง พบป่วยจิตเวช 92 คน เจ้าของอ้างติดกรงกันผู้ป่วยคลั่ง

6.10.26 | 15:53 น.

อธิบดี สบส.ลงพื้นที่ตรวจศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง เผยมีผู้ป่วยจิตเวชถึง 92 ราย เตรียมประเมินสภาพจิตส่งต่อรับการรักษาที่เหมาะสม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม นายแพทย์ ภูวเดช สุระโครต อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมด้วย นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ. จอมพล รุจิดำรงค์ชัย รอง ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ. พิทักษ์ ว่องวานิช ผกก.สภ.ท่าม่วง นางสาว ชลธิชา วงษ์อุส่าห์ นายอำเภอท่าม่วง ร่วมลงพื้นที่ ศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ กรณี มีการทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว โดยมี ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ หรือ ป้าเเมว เจ้าของผู้บริหารศูนย์ หรือ พาเดินเข้าไปตรวจสอบภายในศูนย์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนห้องคุมขัง


อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยผลการตรวจสอบ พบว่า มีการเปิดให้บริการเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต โดยมีผู้ป่วยจิตเวชอยู่ในความดูแลมากถึง 92 ราย เตรียมส่งเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิตเข้าประเมินสภาพจิตของผู้ป่วยจิตเวช หากพบมีอาการเกินกว่าระดับที่อนุญาต ให้อยู่ในการดูแล จะต้องส่งไปรับการดูแลในสถานพยาบาลที่เหมาะสมต่อไป

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า หลังจากได้ทำการ พูดคุยหารือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปผลการตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ถูกร้องเรียนในพื้นที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เบื้องต้น พบว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ ได้ขออนุญาตเปิดเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งได้ขออนุญาตเปิดให้บริการไว้จำนวน 50 เตียง แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการเปิดให้บริการมากเกินกว่าที่ขออนุญาตไว้ เนื่องจากมีผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแล มากถึง 100 รายโดยในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยจิตเวชมากถึง 92 ราย

Advertisement

นพ.ภูวเดช กล่าวอีกว่า ตามที่กฎหมายกำหนด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้มีภาวะพึ่งพิง สามารถดูแลผู้ป่วยจิตเวชได้ในระดับที่ไม่เกินระดับสีเขียว คือจะต้องเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่มีอาการคุ้มคลั่ง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือทำร้ายผู้อื่น ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีอาการมากเกินกว่าระดับสีเขียวก็จะต้องส่งตัวให้ไปอยู่ในความดูแลของสถานพยาบาล ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

หลังจากนี้ ได้มีการประสานไปยังกรมสุขภาพจิต ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำเกินลานประเมินสุขภาพจิตของผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่ในความดูแลของศูนย์พักพิงแห่งนี้ ว่ามีระดับเกินกว่าระดับสีเขียวหรือไม่ หากรายใดที่เกินกว่าระดับสีเขียวก็จะต้องดำเนินการส่งตัว ให้ไปอยู่ในความดูแลของสถานพยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบอย่างถูกต้อง ส่วนรายที่ไม่เกินระดับสีเขียว แต่ทางครอบครัวไม่ประสงค์จะให้อยู่ในความดูแลของศูนย์แห่งนี้ต่อไป ก็สามารถเดินทางมารับตัวกลับไปดูแลหรือย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ตามความสมัครใจของครอบครัว

ทั้งนี้ ในการเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ ได้กำหนดผลการตรวจสอบเอาไว้ 3 แบบคือ 1. มีการดำเนินกิจการที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการดำเนินการที่ผิดกฎหมายก็จะต้องมีการดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต ของศูนย์แห่งนี้ 2. มีการดำเนินการที่ผิดระเบียบมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการที่ผิดระเบียบ หรือมาตรฐานที่ทางราชการกำหนด ก็จะต้องมีการสั่งการให้ดำเนินการปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อกำหนด หากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงก็จะต้องดำเนินการพักใบอนุญาตชั่วคราว และ 3. หากผลการตรวจสอบพบว่าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ไม่ได้ดำเนินการหรือทำความผิดใดๆ ก็จะสามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ

แต่ผลจากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า มีหลายจุดที่ไม่ตรงตามมาตรฐานและไม่ตรงกับที่ทางศูนย์ได้ขออนุญาตเอาไว้ ทั้งเรื่องของจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแล อาคาร สถานที่ ที่มีการปรับปรุงผิดไปจากแบบที่เคยขออนุญาตไว้ โดยเฉพาะเรื่องของเตียงผู้ป่วยที่มีการนำเอาลูกกรงมาครอบด้านบน แม้ทางเจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จะอ้างว่า มีไว้ใช้เพื่อดูแล ผู้ป่วยที่มีอาการคลุ้มคลั่ง และเสี่ยงจะทำร้ายตัวเองในบางครั้งก็ตาม ซึ่งหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ ที่ได้ร่วมเข้าทำการตรวจสอบจะทำการประเมิน ร่วมกันและทำการตัดสินใจอีกครั้ง ว่าการประกอบกิจการของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือผิดระเบียบ มาตรฐาน ใดๆหรือไม่ต่อไป