พื้นที่เกษตรชัยนาท จมน้ำกว่า 1 แสนไร่ เขื่อนเจ้าพระยาตรึงระบายวันที่6 รับฝนรอบใหม่
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยนาทที่ปัจจุบันขยายวงกว้างออกไปทั่วทั้งจังหวัด ทำให้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมผ่านมา นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผวจ.ชัยนาท ได้ลงนามประกาศจังหวัด ให้ 8 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน อุทกภัย ตามระเบียบราชการ เพื่อจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมายประกอบด้วย อ.เมืองชัยนาท อ.มโนรมย์ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรพยา อ.วัดสิงห์ อ.สรรคบุรี อ.เนินขาม อ.หนองมะโมง และ อ.หันคา รวม 51ตำบล จำนวน 354 หมู่บ้าน จำนวน 8,440 ครัวเรือน ผู้ได้รับผลกระทบ 24,222 คน และพื้นที่เกษตรเสียหาย 117,525 ไร่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลถูกน้ำท่วม 3 แห่ง วัด 8 แห่ง โรงเรียน 15 แห่ง มีผู้อพยพขึ้นมาอาศัยอยู่ริมถนนแล้วกว่า 800 ครอบครัว โดยพื้นที่ที่น้ำท่วมหนักใน 4 ตำบลของ อ.สรรพยา คือ ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก ระดับน้ำยังคงสูงเฉลี่ย 1-2 ม.ประชาชนยังต้องใช้เรือเป็นพาหนะ

ส่วนสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านจุดวัดน้ำ C2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องวัดได้ 1,915 ลบ.ม./วิ(ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)
โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้ตรึงการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนไว้ที่อัตรา 2,500ลบ.ม./วิ เป็นวันที่6 เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำฝนรอบใหม่ที่จะตกหนักไปจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำของ สทนช. ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลง 48 ซ.ม.ตัวล่าสุดวัดได้ 16.36 ม.รทก. ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัวในรอบ 24 ชม. วัดได้ 15.93 ม.รทก. ซึ่งการตรึงการระบายน้ำในอัตรานี้จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยาทรงตัวทรงหรือเปลี่ยนแปลงลดลง 5-10 ซ.ม.


