ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เตือนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม นายกหาดใหญ่มั่นใจ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 ว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้
ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ในช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่มต่ำสำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด
นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่กล่าวว่าเทศบาลนครหาดใหญ่แจกกระสอบทรายฟรีเพื่อช่วยเหลือประชาชนสำหรับเตรียมรับมืออุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นโดยได้ทำการแจกให้ครัวเรือนละ 20 กระสอบ มีจุดให้บริการ 2 แห่งคือที่บริเวณเรือนเพาะชำสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่และบริเวณหลังสนามกีฬากลางจิระนครระหว่าง 08.30 – 16.30 น.โดยประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ใช้หลักฐานเพียงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบเพื่อติดต่อขอรับกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมหน้าบ้านเรือนของตัวเอง
นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่กล่าวอีกว่าได้ร่วมกับกรมชลประทานทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานสูง ณ สถานีสูบน้ำปลายคลองเตยเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งกรมชลประทานได้สนับสนุนการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิกพลังงานสูงเร่งระบายน้ำจากเขตเมืองลงสู่ลำน้ำสายหลักได้อย่างรวดเร็วพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนั้นยังได้เตรียมพร้อมในเรื่องของโครงการบ้านพี่เลี้ยงกองอำนวยการบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นเพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินโดยบ้านพี่เลี้ยงจะเป็นพลังของคนในชุมชนสร้างเครือข่ายระดับชุมชนช่วยให้สามารถประสานงานดูแลและช่วยเหลือกันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงโดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน





